น้ำท่วมใต้ ซัดท่องเที่ยวเสียหายหมื่นล้าน สทท. ชง 5 ยุทธศาสตร์กู้เศรษฐกิจ
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
29 พฤศจิกายน 2568

นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า สถาการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรวมไปถึงธุรกิจท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก รายได้ในชุมชนลดลง และเกิดภาวะขาดสภาพคล่องของผู้ประกอบการอย่างรุนแรง คาดว่าสร้างมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวมไม่ต่ำหว่า 11.8 – 23.6 หมื่นล้านบาท ทั้งเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ความเสียหายต่อวันทางด้านการท่องเที่ยว 1,000-1,500 ล้านบาท

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4 และไตรมาสที่ 1 ในปี 2569 โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนซึ่งเป็นเทศกลาลสำคัญในการเดินทางท่องเที่ยวของตลาดต่างประเทศที่มีเชื่อสายจีน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน และประเทศจีน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องมีมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาดำเนินการได้อย่างมีมาตรฐานโดยด่วน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สร้างรายได้และความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการ
นายรัชชพร กล่าวเสริมว่า สทท. เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบในแผนยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้ 1.เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวภายใน 90 วัน 2.อนุมัติมาตรการพักชำระหนี้ 12 เดือนสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว 3.อนุมัติโครงการ Soft Loan ดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ระยะเวลา 5 ปี 4.อนุมัติงบประมาณในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานและแคมเปญตลาด 5.มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บัญชาการฟื้นฟู
ทั้งนี้เพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาเปิดไม่น้อยกว่า 80–100% ภายใน 60 วัน รายได้ท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพียงพอ ลดความเสี่ยงล้มละลาย รวมถึงแรงงานกลับเข้าสู่การทำงานมากกว่า 90% ชุมชนท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ และสร้างความมั่นใจแก่ตลาดต่างประเทศ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยหลังเกิดภัยพิบัติ สร้างภาพลักษณ์ “Thailand is Ready”
สำหรับรายละเอียดของขอเสนอแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ในระยะเร่งด่วนดังทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ มีรายละเอียดต่อไปนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งท่องเที่ยวที่ไดรับผลกระทบอย่างเร่งด่วนภายใน 45 วัน คือ ซ่อมแซมถนนหลัก–รองที่ได้รับความเสียหาย ฟื้นฟูระบบไฟฟ้า น้ำประปา อินเทอร์เน็ต ปรังปรุงสภาพแหล่งท่องเที่ยวจุดชมวิว แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ให้พร้อมรับบริการ และทำความสะอาดพื้นที่ท่องเที่ยวแบบ Big Cleaning รวมถึงการฟื้นฟูท่าเรือและระบบขนส่ง อาทิ การซ่อมแซมท่าเรือโดยสารและท่าเรือท่องเที่ยว ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ปรับปรุงระบบความปลอดภัยบริเวณท่าเรือ และมาตรการด้านความปลอดภัย โดยติดตั้งระบบเตือนภัยน้ำท่วม จัดตั้งจุดกู้ชีพและหน่วยตอบสนองเหตุฉุกเฉิน จัดอบรมความปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบการ
ยุทธศาสตร์ที่ 2 มาตรการด้านการเงินและธนาคาร โดยพักชำระหนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว 12 เดือน คือ พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 12 เดือนทุกธนาคารพาณิชย์ ไม่คิดดอกเบี้ยผิดนัด และไม่ถือเป็นข้อมูลลบในเครดิตบูโร และธนาคารสามารถนับเป็นสินเชื่อพิเศษไม่ถือเป็น NPL รวมถึงออกโครงการสินเชื่อดดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อการปรับปรุงและสภาพคล่อง ดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี ระยะเวลาชำระคืน 5 ปี ปลอดชำระเงินต้นปีแรก วงเงินสูงสุดต่อรายสำหรับโรงแรม 20–50 ล้านบาท บริษัททัวร์–ร้านอาหาร 5–10 ล้านบาท SMEs–ชุมชนท่องเที่ยว 1–2 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการซ่อมแซมอาคาร, ลงทุนในอุปกรณ์ และเสริมสภาพคล่องหมุนเวียน โดยให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หรือรัฐร่วมค้ำประกัน 100%
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การฟื้นฟูตลาดและการสื่อสารสร้างความเชื่อมั่น แบ่งเป็น ตลาดในประเทศ อยากให้รัฐบาลจัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว “เที่ยวใต้ช่วยไทย” โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรมและค่าเดินทาง โดยใช้หลักการเที่ยวไทยคนละครึ่งมาปฎิบัติตลอดระยะเวลา 6 เดือน และสนับสนุนมาตราการทางด้านภาษีให้บริษัทที่เดินทางประชุมและสัมมนาไปในพื้นที่ประสบภัย โดยให้สิทธิทางภาษี 2 เท่าของค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลา 6 เดือน รวมถึงส่งเสริมการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวทุกเดือนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569
ขณะที่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน อยากให้มีการจัดแคมเปญ “THAILAND is Ready” พร้อมร่วมมือสายการบินเพิ่มเที่ยวบินช่วงตรุษจีน และทำโฆษณาเชิงรุกผ่านสื่อดิจิทัลจีน จัด Mega FAM Trip เชิญสื่อ–KOL จากประเทศกลุ่มป้าหมายลงพื้นที่ รวมถึงฟื้นความเชื่อมั่น ผ่านการจัดทำ Dashboard รายงานการฟื้นฟูแบบ Real-time รายงานความพร้อมให้ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาศักยภาพแรงงาน อยากให้มีการฝึกอบรมทักษะบริการ ภาษา จีน–อังกฤษ ฝึกอบรมความปลอดภัยและการปฐมพยาบาล มาตรการเยียวยารายได้แรงงานระหว่างฟื้นฟู โดยรัฐบาลประกาศยกเว้นเงินประกันสมทบจากนายจ้างและลูกจ้าง 6 เดือน
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารแผนแบบบูรณาการ ผ่านการจัดตั้งศูนย์บัญชาการฟื้นฟูการท่องเที่ยว (TRCC) บูรณาการหน่วยงาน อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงแรงงาน ธนาคารแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การท่าอากาศยาน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สมาคมผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมมีระบบติดตามและประเมินผล ตัวชี้วัดรายสัปดาห์ เช่น การเปิดบริการโรงแรม จำนวนผู้ได้รับ Soft Loan ความคืบหน้าซ่อมโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกสัปดาห์