“แบงก์คลิกซ์” เปิด มิ.ย.นี้ “AIS” ลุยธุรกิจการเงิน ทำธนาคารไร้สาขาในไทย

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

16 มีนาคม 2569

“แบงก์คลิกซ์” เปิด มิ.ย.นี้ “AIS” ลุยธุรกิจการเงิน ทำธนาคารไร้สาขาในไทย

วันนี้ (14 มี.ค.69) นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยถึงความคืบหน้าธนาคารไร้สาขา (เวอร์ชวลแบงก์) เป็นการร่วมลงทุนร่วมกับ 2 บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และธนาคารกรุงไทย ที่เตรียมเปิดตัวธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CLIX เบื้องต้นคาดว่าเปิดให้บริการช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.69 หลังได้รับการเห็นชอบจากกระทรวงการคลังให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจไปเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.68

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการธนาคารคลิกซ์ ต้องอยู่ในการพิจารณาของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยต้องดำเนินการตามไทม์ไลน์ที่กำหนดช่วงเดือน มิ.ย.69 ซึ่งธุรกิจยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของ ธปท. ด้วย ประเมินความพร้อมของระบบมีความสมบูรณ์ที่ 60-70% แล้ว

“ธุรกิจหลักในปีนี้คือธนาคารคลิกซ์ที่จะให้บริการในปีนี้ ซึ่งใจความสำคัญในการสร้างแพลตฟอร์มทางการเงินขึ้นมา ก็ไม่คิดว่าจะร่ำรวยจากตรงนี้ แต่คิดว่าจะเป็นตัวส่งเสริมการใช้งานของลูกค้า เพราะดิจิทัลแบงก์เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างการเข้าถึงให้กับคนที่เข้าถึงได้ยาก หรือเข้าถึงด้วยต้นทุนที่สูง โดยใช้ฐานข้อมูลและเครือข่ายที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

นายปรัธนากล่าวว่า ด้านการลงทุนของเอไอเอสในปี 2569 เตรียมงบประมาณลงทุนกว่า 30,000 – 35,000 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงข่าย 5G, ไฟเบอร์บรอดแบนด์, ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (International Connectivity) ควบคู่ไปกับการขยายตัวสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มบริการทางการเงิน (Digital Bank) และการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความบันเทิงผ่านกลยุทธ์ด้านการสร้างสรรค์เนื้อหาใหม่ๆ (Content Aggregator)

“ปีนี้มีการกำหนดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ตั้งเป้าที่ 3-5% อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร (EBITDA Margin) คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 24% ฐานลูกค้า 5G เพิ่มขึ้นจาก 17 ล้านราย เป็นประมาณ 20 ล้านราย และฐานลูกค้าบรอดแบรนด์ คาดการณ์รายได้จากส่วนนี้เติบโตประมาณ 9% เนื่องจากการเข้าถึงของตลาด (Penetration) ยังมีช่องว่างให้ขยายตัวได้อีกมาก”

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะความต้องการในการใช้ดิจิทัล ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางใหม่ของเซาท์ อีสเอเชีย ที่หลายประเทศ หรือหลายผู้ผลิตอยากมาลงทุน โดยเฉพาะในเรื่องดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ยืนยันว่าเอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการในไทยมามากกว่า 36 ปี ก็พร้อมเดินหน้าเต็มที่ รวมถึงพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง