ธปท. เรียก “ร้านทอง” หารือแก้ “เงินบาทแข็ง” รับพิษราคา “ทองแพง”

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

23 กันยายน 2568

ธปท. เรียก “ร้านทอง” หารือแก้ “เงินบาทแข็ง” รับพิษราคา “ทองแพง”

วันนี้ (23 ก.ย.68) น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. เตรียมหารือเพิ่มเติมกับผู้ค้าทองในสัปดาห์นี้ หรือภายในสัปดาห์หน้า ภายหลังจากได้หารือกับผู้ค้าทองคำเข้มขึ้นจากในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อลดผลกระทบจากราคาทองคำที่มีผลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

โดยแสดงความกังวลว่าอย่าใช้ราคาทองคำซ้ำเติมค่าเงินบาท ซึ่งมีหลายมาตรการที่หารือร่วมกัน ทั้งการสนับสนุนให้มีการซื้อ-ขายทองคำไปเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เรื่องนี้อาจจะมีต้นทุน ซึ่งต้องช่วยดูแลต้นทุนต่ำลง เพื่อย้ายให้คนไปเทรดสกุลดอลลาร์มากขึ้น

นอกจากนี้ มาตรการภาษี ยอมรับเป็นเรื่องที่มีการพูดคุยกัน หากมีความรุนแรงขึ้นมากจะต้องมีการพิจารณา แต่ก็มีในหลายมาตรการที่หารือกัน อาจเป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบวงกว้าง หรือมีผลข้างเคียง จึงต้องศึกษาว่าเมื่อดำเนินการแล้วจะสามารถแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งขึ้นหรือไม่ แต่มองว่าเป็นเพียงมาตรการที่ลดความกดดันลงได้บ้าง

“มาตรการคงไม่ใช่มาตรการทองอย่างเดียว แต่มาตรการที่ดูแลและประชาชนต้องเห็นด้วย ธปท.มีการพิจารณา แต่เรื่องที่เน้นคืออยากให้คนไปเทรดเป็นสกุลเงินดอลลาร์มากกว่า”

น.ส.ภาวิณี จิตต์มงคลเสมอ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า โดยปกติอัตราแลกเปลี่ยน คือเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะฉะนั้นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงก็อาจจะมาจากปัจจัยทางเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเป็นปัจจัยของค่าเงินบาท

ขณะนี้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นปัจจัยหลักๆ มาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากว่ามีการคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าไปเกือบ 10% ส่งผลให้สกุลเงินในภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับแข็งค่าขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในระยะหลังค่าเงินบาทอาจจะแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินอื่น ปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้นโดยหลักแล้วมี 3 ปัจจัยคือ 1.ดุลบัญชีเดินสะพัด ที่ออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ 2.สถานการณ์การเมืองในไทยคลี่คลายลง และ 3. ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นมาก

น.ส.ภาวิณี กล่าวว่า สำหรับราคาทองคำที่ปรับเพิ่มขึ้นมาจากพฤติกรรมการซื้อขายทองคำของคนไทย ที่นิยมลงทุนในทองคำและเมื่อทองคำราคาขึ้นจะเกิดการขายทองคำ เพื่อทำกำไร ทำให้ร้านค้าทองคำอาจจะต้องไปขายทองคำในต่างประเทศและรับเงินดอลลาร์ เพื่อแลกกลับมาเป็นเงินบาทและนำเงินมาให้ลูกค้า

ดังนั้น ในปีนี้ราคาทองคำปรับเพิ่มสูงขึ้นมากเกือบ 40% ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่เป็นแรงกดดันทำให้เงินบาทแข็งค่ากว่าสกุลเงินอื่น สำหรับการดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท ธปท. ได้ดูแลเพื่อลดความผันผวนบางจังหวะ แต่อาจมีบางปัจจัยทำให้ค่าเงินผันผวนมากขึ้น

“ความสัมพันธ์ระหว่างราคาทองคำกับค่าเงินบาท ซึ่งจริงๆ แล้ว ราคาทองคำเป็นตัวที่ทำให้ค่าเงินบาทผันผวนหรือเคลื่อนไหวได้มากกว่าเงินสกุลอื่นทั้ง 2 ทิศทาง หากราคาทองคำเพิ่มขึ้นอาจทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และหากราคาทองคำปรับลดลง ด้วยพฤติกรรมของคนไทยก็จะทำให้เงินบาทอ่อนค่ามากกว่าสกุลเงินอื่น”