วันนี้ (17 ต.ค.67) นางสาวศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ราคาทองคำโลกดีดตัวขึ้นทดสอบระดับออลไทม์ไฮ (All Time High) อีกครั้ง ที่ระดับ 2,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดตลาดที่ระดับ 2,673 ดอลลาร์ ราคาทองปรับตัวขึ้น +11.43 ดอลลาร์ คิดเป็น +0.42% ซึ่งหากราคาทองคำสามารถทะลุผ่านแนวต้าน 2,685 ดอลลาร์ขึ้นไป มีโอกาสที่ราคาทองคำไปต่อที่ 2,700 ดอลลาร์
โดย Gold spot สูงสุด – 2,685 ดอลลาร์ ต่ำสุด – 2,656 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง สูงสุด – 42,150 บาท ต่ำสุด – 41,900 บาท

ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 แตะ All-Time high ที่ 2,685 ดอลลาร์ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และมีแรงซื้อทองคำจากสถานการณ์ตะวันออกกลางลุกลามบานปลาย แต่ก็มีปัจจัยลบจากเงินดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่เร่งลดดอกเบี้ย ส่วนกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิม
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ (18 ต.ค.67) สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญหลายตัว ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนก.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนต.ค. และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย.

ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ : 2,660 และ 2,650 ดอลลาร์
แนวต้าน : 2,685 และ 2,700 ดอลลาร์
แนะนำเปิดสถานะซื้อบริเวณ 2,660 ดอลลาร์ โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 2,650 ดอลลาร์ และ take profit บริเวณ 2,685-2,700 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 41,850 และ 41,750 บาท
แนวต้าน : 42,100 และ 42,200 บาท
ราคาทองคำแท่งกลับมามีแนวโน้มที่สดใส คาดว่าอาจปรับตัวขึ้นได้ต่อ ถ้าผ่านบริเวณ 42,000 บาท เนื่องจากสัญญาณทางเทคนิคของราคาทองคำแท่งจาก MACD เกิด Bullish MACD หากเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเข้าซื้อที่บริเวณ 41,600-41,700 บาท
