ดีอี จ่อเรียกแบงก์-ค่ายมือถือ รับลูก พ.ร.ก.ไซเบอร์ ชดเชยเหยื่อมิจฯ
ต้นกุมภาฯ อีจัน
28 มกราคม 2568

ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (28 ม.ค.68) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงดีอีจะนำเสนอแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยสาระสำคัญมีการแก้ไขให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือสื่อสังคมออนไลน์ มีส่วนรับผิดชอบในความเสียหาย หลังจากเหยื่อถูกมิจฉาชีพหลอก
วันนี้ (28 ม.ค.68) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ มีสาระสำคัญหลายเรื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการกำหนดให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ มีส่วนในการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยไซเบอร์
ข่าวน่าสนใจอื่น
ทั้งนี้ การบังคับใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าว ภายหลังจาก ครม. นำส่งร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้ไปที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วเสร็จ ต่อไปจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งเลขาธิการกฤษฎีกา ระบุจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน คาดว่าประกาศบังคับใช้ได้ในเดือนก.พ.68
“กระทรวงดีอีเตรียมเรียกสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ เข้ามาหารือเพื่อสร้างความเข้าใจใน พ.ร.ก.นี้ เพราะหลังจากมีผลบังคับใช้จะต้องมีมาตรการที่หน่วยงานเหล่านี้จำเป็นต้องปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความชัดเจน จะได้ไม่เถียงกัน” นายประเสริฐกล่าว

นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับการรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น กรณีที่คณะกรรมการได้ออกมาตรการไปแล้ว แล้วสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ปฏิบัติตาม หรือปฏิบัติตามแต่ไม่ครบถ้วน และความเสียหายเกิดขึ้น ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ
ตัวอย่าง กรณีที่ธนาคารจะคืนเงินให้กับผู้เสียหาย ซึ่งตามมาตรการฉบับปรับปรุงได้เพิ่มหน้าที่การส่งข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีม้าของธนาคารต่างๆ ไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) กรณีที่เห็นว่าบัญชีนั้นเป็นบัญชีที่ใช้ในการกระทำความผิด แต่ไม่ทำการส่งข้อมูลให้ ปปง. รวมถึงไม่มีการระงับบัญชีดังกล่าว

อีกทั้งให้ธนาคารพิจารณาการขอเปิดบัญชี ธนาคารต้องใช้ความระมัดระวังในการเปิดบัญชี เพราะวันนี้ หนึ่งคนที่เป็นมิจฉาชีพ และเปิดบัญชีม้าเฉลี่ยมี 10 คนต่อบัญชี ดังนั้น การเปิดบัญชีต้องมีการสอบถามข้อมูลให้ละเอียดว่าเปิดเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งธนาคารด้องตรวจสอบมากขึ้น
“หากธนาคารไม่แจ้ง ปปง. แล้วความเสียหายเกิดจากบัญชีม้า เนื่องจากธนาคารไม่ได้ทำการระงับบัญชีดังกล่าว จนทำให้เกิดความเสียหาย ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ”นายประเสริฐกล่าว
นายประเสริฐ กล่าวว่า นอกจากนี้ ส่วนของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ กรณีที่เข้าข่ายความผิดเจาะจงเรื่องการส่งข้อความ SMS ที่มีการแนบลิ้งก์โดยไม่ได้รับอนุญาต และการตรวจสอบจะไม่สามารถส่งข้อความได้ เช่น SMS ที่แนบลิ้งก์ดูดเงิน หากพบว่าหน่วยงานไม่ได้ปิดกั้นและปล่อยให้มีการส่งข้อความต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี ได้ประชุมเพื่อหารือกับโอเปอร์เรเตอร์แล้ว โดยมีมาตรการ Cleansing SMS ทั้งหมด ที่ได้ล้างระบบหน่วยงานที่ส่ง SMS ไปแล้ว และเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ เพราะปัญหาแอปฯ ดูดเงินมาจาก SMS ซึ่งประชาชนก็หลงกดโหลด จึงทำให้เกิดความเสียหาย
“การพิจารณาให้รับผิดชอบจะขึ้นอยู่กับอำนาจของศาล ในการพิจารณาและตัดสินคดีความ ขณะเดียวกัน พ.ร.ก.นี้ มีการกำหนดโทษสูงสุด ซึ่งขึ้นอยู่กับความผิดที่ศาลจะเป็นผู้กำหนดสัดส่วนว่าเห็นสมควรให้ถูกปรับเงินเป็นจำนวนเท่าไหร่”นายประเสริฐ กล่าว