“พิพัฒน์” ลั่นไม่มีฮันนีมูน ลุยแก้วิกฤติพลังงาน-ศก. ตรึงค่าโดยสารสงกรานต์
ธรรมธรรม อีจัน
7 เมษายน 2569

วันที่ 7 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลัง พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ ว่า ขณะนี้โลกอยู่ในภาวะวิกฤติพลังงานและวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงคมนาคมเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ การก้าวผ่านอุปสรรคไม่ใช่เรื่องง่าย จึงขอให้ทุกคนร่วมมือกัน ไม่มีช่วงเวลาผ่อนคลายในการทำงาน แต่ต้องเร่งแก้ไขปัญหา โดยยึดหลักการทำงานร่วมกันแบบพี่น้อง เมื่อผ่านวิกฤติไปได้ ทุกคนจะก้าวไปข้างหน้าร่วม
“วันนี้เราไม่มีชั่วโมงสำหรับการฮันนีมูนหรือชั่วโมงที่เก็บเกี่ยวความสุข วันนี้พวกเราทั้ง 4 คนเราเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ เพราะฉะนั้นอะไรก็แล้วแต่ก็ขอให้คิดว่าพวกเราคือพี่น้องกัน มีอะไรก็ขอให้เข้ามาหารือ อย่าคิดว่าตัวผมเป็นรองนายก ตัวผมเป็นรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยฯ ทั้ง 3 ท่านพวกเราถือว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานในกระทรวงคมนาคม เมื่อไหร่ที่เราผ่านวิกฤตหรือวิบากกรรมในส่วนนี้ไปได้ พวกเราก็จะเสวยสุขไปพร้อมๆกัน” นายพิฒน์ กล่าว
ด้านมาตรการต่างๆ หลังจากนี้ขอให้มีการแถลงนโยบายแถลงก่อนวะในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ แต่นโยบายเรือธงที่จะเร่งดำเนินการก่อนคือการลดค่าครองชีพของประชาชน
ตรึงค่าโดยสารช่วงสงกรานต์
โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารระบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะรถโดยสารของ บขส. แม้ต้นทุนน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น โดยจะใช้เงินจากกองทุนเข้ามาช่วยสนับสนุนในส่วนต่าง เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนที่เดินทาง
อย่างไรก็ตาม เดิมมีแผนจะปรับขึ้นค่าโดยสารในช่วงวันที่ 20 เม.ย. 69 เนื่องจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่ในช่วงสงกรานต์จะยังคงตรึงราคาไว้ก่อน ส่วนหลังจากนั้นจะต้องพิจารณามาตรการว่าจะช่วยเหลืออย่างไร หากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยอาจต้องพิจารณาการปรับอัตราค่าโดยสารต่อระยะทางควบคู่กับมาตรการชดเชยจากภาครัฐ
เดินหน้าค่าโดยสารร่วม 40 บาท ขยายทั้งระบบ
ด้านรถไฟฟ้า 40 บาทซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะกำหนดเป็นรูปแบบโซนนิ่งหรือรูปแบบอื่น รวมถึงการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า เพื่อให้เหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้ใช้บริการมากที่สุด โดยต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนหลายราย ซึ่งในขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้
ยืนยันเดินหน้าโครงการตามสัญญาเดิม
สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการสนามบินอู่ตะเภา ยืนยันว่าต้องดำเนินการตามสัญญาเดิม ไม่สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากอาจเกิดปัญหาทางกฎหมายจากผู้เข้าร่วมประมูลรายอื่น
ทั้งนี้ ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 จำนวนผู้โดยสารอาจไม่เป็นไปตามการประเมินเดิม รัฐบาลจึงต้องหามาตรการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ เช่น การส่งเสริมการลงทุนด้านการท่องเที่ยว กีฬา และสวนสนุกในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อดึงดูดผู้คนเข้าสู่พื้นที่
ดันแลนด์บริดจ์ เชื่อม 2 มหาสมุทร สร้างงานเพิ่ม
สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ยังคงเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่เดินหน้าต่อเนื่องจากรัฐบาลก่อนหน้า โดยเป็นโครงการเชื่อมการขนส่งระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก
นายพิพัฒน์ ระบุว่า ปัจจุบันการขนส่งสินค้าส่วนใหญ่ต้องไปถ่ายลำที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 90% จึงมองว่าโครงการแลนด์บริดจ์เป็นโอกาสของประเทศไทย และจะช่วยสร้างอาชีพและการจ้างงานจำนวนมาก กว่า 1 แสนตำแหน่ง
ด้านโครงการก่อสร้างบนถนนพระรามสอง ยืนยันว่า จะสามารถเปิดใช้ได้ในเดือนกรกฏาคมถึงสิงหาคม 2569 นี้ โดยจะเปิดได้ถึงช่วงบ้านแพ้ว