ทองคำไม่ใช่ที่หลบภัย? สงครามไม่ดันราคาพุ่ง “นักเทรด” แห่ถือดอลลาร์ ทุบทองหลุด 5,000 ดอลลาร์
ต้นกุมภาฯ อีจัน
19 มีนาคม 2569

วันนี้ (19 มี.ค.69) บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เผยว่าสรุปภาพรวมราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวร่วงลงกว่า 2% ในวันพุธ (18 มี.ค.) และหลุดระดับ 5,000 เหรียญ ท่ามกลางความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จำเป็นต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -183.0 เหรียญ หรือ -3.66% มาอยู่ที่ระดับ 4,818.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 4,840.0 เหรียญ
ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -3.71 เหรียญ หรือ -4.69% มาอยู่ที่ระดับ 75.39 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 75.59 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,066.99 ตัน ภาพรวมเดือนมีนาคมขายออก 34.34 ตัน ขณะที่ปีนี้ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ 5.00 ตัน
Saxo Bank มองว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวลงต่อ จากแรงกดดันทั้งด้านเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน หลังราคาหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน (Daily Timeframe) บริเวณ 5,000 เหรียญ ส่งผลให้ร่วงลงสู่ระดับประมาณ 4,880 เหรียญ แม้มีความเสี่ยงจากสงคราม แต่ทองคำกลับไม่ได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างชัดเจน เนื่องจากเงินทุนไหลเข้าสู่ดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน ทำให้เฟดยังไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ง่าย
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติ 11-1 คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยมีกรรมการ 1 ราย คือ สตีเฟน มิแรน โหวตสวนให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%
พร้อมกันนี้ เฟดได้เปิดเผย Dot Plot ซึ่งสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ โดยยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินการ
สัปดาห์นี้ตลาดต้องจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางหลัก ได้แก่ BOJ, BOE และ ECB ซึ่งมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ย เพื่อรอประเมินผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะให้ความสำคัญกับท่าทีและสัญญาณนโยบายในระยะถัดไป โดยเฉพาะทิศทางค่าเงินเยนจาก BOJ และถ้อยแถลงของผู้ว่าการธนาคารกลางต่าง ๆ