“สภาพัฒน์” เผยคนไทย 4.1 แสนคน ตกงานพุ่ง พบ “ป.ตรี” เตะฝุ่นเพียบ
ต้นกุมภาฯ อีจัน
27 พฤศจิกายน 2567

วันนี้ (27 พ.ย.67) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 3 ปี 2567 พบว่า มีผู้ว่างงานปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยไตรมาส 3/67 มีจำนวน 4.1 แสนคน คิดเป็น 1.02% ต่ำกว่าผู้ว่างงานจำนวน 4.29 แสนคน ในไตรมาสก่อนหน้า แต่สูงกว่าผู้ว่างงานจำนวน 4.01 แสนคน ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า
นายดนุชากล่าวว่า โดยเพิ่มขึ้นทั้งผู้ที่เคยและไม่เคยทำงานมาก่อน ที่ 2.8% และ 3.5% หรือมีจำนวน 1.8 และ 2.3 แสนคน ตามลำดับ โดยผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน ส่วนใหญ่ออกมาจากสาขาการขายส่ง/ขายปลีก และสาขาการผลิต
“ขณะที่กลุ่มที่ไม่เคยทำงานมาก่อน ส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาสูงสุดในระดับอุดมศึกษา มัธยมปลาย และมัธยมต้น ตามลำดับ”นายดนุชากล่าว
ข่าวน่าสนใจอื่น
นอกจากนี้ ผู้ว่างงานระยะยาวตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 16.2% หรือมีจำนวน 8.1 หมื่นคน โดยกว่า 65% ระบุสาเหตุว่าหางานไม่ได้ ขณะที่ 71.3% ไม่เคยทำงานมาก่อน ซึ่งในจำนวนนี้เกือบ 3 ใน 4 อยู่ในช่วงอายุ 20 – 29 ปี
สำหรับอัตราการว่างงานในระบบอยู่ที่ 1.82% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 1.93% โดยมีผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานทั้งสิ้น 7.4 หมื่นคน ซึ่งกว่า 95% เป็นแรงงานในภาคการผลิต

ค่าจ้างแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นายดนุชากล่าวว่า ขณะเดียวกัน ค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นทั้งภาพรวมและภาคเอกชน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อต้นปี 67 โดยค่าจ้างเฉลี่ยในภาพรวมของกลุ่มแรงงานในระบบ (ตามการจัดเก็บแบบเดิม) อยู่ที่ 15,718 บาท ต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/66 ที่ 1.8%
ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยในภาพรวมที่รวมกลุ่มแรงงานอิสระอยู่ที่ 16,007 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนค่าจ้างเฉลี่ยของภาคเอกชน อยู่ที่ 14,522 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 2.7%

ส่วนชั่วโมงการทำงานโดยรวมเพิ่มขึ้น แต่บางส่วนยังต้องการทำงานเพิ่ม โดยชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยในภาพรวมและภาคเอกชนในไตรมาส 3/67 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.0% และ 2.7% หรืออยู่ที่ 43.3 และ 47.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามลำดับ โดยผู้ทำงานล่วงเวลาเพิ่มขึ้นที่ 3.8%
ขณะที่ผู้เสมือนว่างงานและการว่างงานแฝงลดลงกว่า 32.9% และ 27.2% อย่างไรก็ตาม ผู้ทำงานต่ำระดับกลับเพิ่มขึ้นกว่า 15% ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม ขณะที่ในสาขานอกภาคเกษตรกรรมส่วนใหญ่อยู่ในสาขาการขายส่ง/ขายปลีก และสาขาการก่อสร้าง

ภาพรวมการจ้างงานทรงตัว
นายดนุชากล่าวว่า สำหรับภาพรวมการจ้างงานในไตรมาส 3/67 ทรงตัวโดยการจ้างงานภาคเกษตรยังคงหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่นอกภาคเกษตรขยายตัวได้ โดยเฉพาะสาขาการขนส่งและเก็บสินค้า ส่วนสาขาการผลิตหดตัวซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตอุตสาหกรรมใหม่
ซึ่งภาครัฐอาจต้องมีมาตรการสนับสนุนการปรับตัวของอุตสาหกรรม การพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามผลกระทบต่อสินค้าเกษตรจากปัญหาอุทกภัย
“ไตรมาส 3/67 การจ้างงานค่อนข้างทรงตัว โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 40.0 ล้านคน ลดลงจากไตรมาส 3/66 เล็กน้อยที่ 0.1%”นายดนุชากล่าว