อนุทินขอโทษ น้ำมันปั่นช่วงแรก ยันไม่ขาด ชวนคนไทยเซฟวันละลิตร

ธรรมธรรม อีจัน

ธรรมธรรม อีจัน

28 มีนาคม 2569

อนุทินขอโทษ น้ำมันปั่นช่วงแรก ยันไม่ขาด ชวนคนไทยเซฟวันละลิตร

วันที่ 28 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ว่า
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อครบ 1 เดือน ส่งผลให้ทั่วโลกเผชิญวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันพุ่ง และหลายประเทศขาดแคลน

นายกรัฐมนตรีกล่าวยอมรับตรงไปตรงมาว่า “ผมต้องขออภัยพี่น้องประชาชน” ต่อความปั่นป่วนจากการบริหารราคาน้ำมันในช่วง 15 วันแรก โดยชี้แจงว่า รัฐบาลตัดสินใจ “ตรึงราคา” เพื่อให้ประชาชนมีเวลาปรับตัว เพราะประเมินเบื้องต้นว่าสถานการณ์อาจไม่ยืดเยื้อ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน จึงต้องปรับมาตรการให้เหมาะสม

นายอนุทินระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณบวกจากการเจรจาระหว่างประเทศคู่ขัดแย้ง ทำให้ทุกประเทศต้อง “ยืนระยะ” และปรับตัว รัฐบาลไทยจึงเน้นดูแลผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ประกอบการขนส่ง ประมง และอุตสาหกรรม

โดยรัฐบาลวางแนวทาง 4 ด้าน ได้แก่ การต่างประเทศ ความมั่นคงพลังงาน ควบคุมราคาสินค้า ลดผลกระทบประชาชน โดยการต่างประเทศสามารถเจรจากับอิหร่าน เปิดทางให้เรือขนส่งน้ำมันไทยผ่านเส้นทางสำคัญได้ ช่วยลดความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์

“ไม่ต้องตื่นตระหนก ไม่ต้องกังวล น้ำมันมีเพียงพอ” ระบุว่าไทยยังผลิต กลั่น และนำเข้าน้ำมันได้ต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มสำรองและอัดฉีดเข้าระบบ แม้ช่วงที่ผ่านมา ความต้องการพุ่งจากปกติ 67 ล้านลิตร/วัน ไปถึงราว 80–85 ล้านลิตร/วัน จากความกังวลของประชาชนพร้อมขอความร่วมมือให้ลดการใช้น้ำมันกลับสู่ระดับปกติ เพื่อให้ระบบสมดุล”

นายอนุทินอธิบายว่า การ “หยุดตรึงราคา” ไม่ใช่การลอยตัวเต็มรูปแบบ แต่เป็นการลดภาระกองทุนน้ำมันเดิมอุดหนุนสูงถึง 24 บาท/ลิตร ปัจจุบันลดเหลือประมาณ 16 บาท/ลิตร มาตรการนี้ช่วยลดการกักตุนและลักลอบส่งออก เพราะราคาน้ำมันไทยใกล้เคียงประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น

ด้านค่าครองชีพ รัฐบาลเพิ่มรายการสินค้าควบคุมเป็น 66 รายการ และตั้งเป้า 76 รายการ พร้อมโครงการ “ธงฟ้า” ขายต่ำกว่าตลาด 25% เริ่ม 1 เม.ย. สำหรับสินค้าที่ไม่จำเป็นอาจปรับราคาตามตลาด แต่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อและกลไกการแข่งขันจะช่วยคุมราคา

อัดมาตรการช่วยเหลือรอบด้าน คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการเร่งด่วน เช่น ลดภาษีสรรพสามิต ช่วยค่าพลังงานขนส่ง-ประมง สนับสนุนเกษตรกร เพิ่มสวัสดิการ ปล่อยสินเชื่อ SME

นายอนุทิน เปิดเผยว่า นี่อาจเป็น “สัปดาห์สุดท้าย” ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยรายชื่อ ครม. ใหม่ครบแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติ และคาดว่าจะมีรัฐบาลใหม่ภายในสัปดาห์หน้า ย้ำว่า รัฐบาลใหม่จะเดินหน้าทันที และจะไม่มีคำว่าขอดูงาน หรือทดลองงาน

และขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะการลดการใช้น้ำมัน ซึ่งจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ ยกตัวอย่างว่า หากประเทศไทยมีประมาณ 10 ล้านครัวเรือน และแต่ละครัวเรือนลดการใช้น้ำมันเพียงวันละ 1 ลิตร จะทำให้ประเทศสามารถลดการใช้น้ำมันได้ถึงวันละ 10 ล้านลิตรทันที ส่งผลให้ลดการนำเข้าและเพิ่มปริมาณสำรองในประเทศ อีกทั้งยังช่วยลดภาระการชดเชยของภาครัฐผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึงประมาณ 200 ล้านบาทต่อวัน (คำนวณจากการชดเชยเฉลี่ย 20 บาทต่อลิตร)

ขณะเดียวกัน ภาคประชาชนเองจะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ราว 400 ล้านบาทต่อวัน (คำนวณจากราคาน้ำมันเฉลี่ย 40 บาทต่อลิตร) ทำให้โดยรวมทั้งระบบสามารถประหยัดเงินได้สูงถึงประมาณ 600 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งงบประมาณส่วนนี้สามารถนำไปต่อยอดมาตรการช่วยเหลือประชาชน เช่น โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง “คนละครึ่ง” ได้ทันที
ในส่วนของสถานการณ์น้ำมัน

นายอนุทิน ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละประมาณ 67 ล้านลิตรในภาวะปกติ แต่ช่วงวิกฤตที่ผ่านมาเคยพุ่งสูงถึง 88 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้เกิดช่องว่างและความตึงตัวของปริมาณน้ำมัน อย่างไรก็ตาม กำลังการกลั่นของประเทศอยู่ที่ประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งถือว่าเพียงพอ หากการใช้งานกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

รัฐบาลได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ดูแลการกระจายและบริหารจัดการน้ำมันในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล สงกรานต์ ที่มีการเดินทางจำนวนมาก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่กักตุนหรือเติมน้ำมันเกินความจำเป็น เช่น การบรรทุกถังสำรองจำนวนมาก ซึ่งจะยิ่งทำให้ระบบตึงตัว

นายอนุทิน ยืนยันว่า ปัจจุบันสถานการณ์การกระจายน้ำมันเริ่มคลี่คลาย และทุกจังหวัดมีน้ำมันเพียงพอให้บริการ โดยเฉพาะปั๊มน้ำมันตามเส้นทางหลัก ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้หารือกับ ปตท. และกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อเสริมความมั่นใจในการจัดหาน้ำมัน โดยสามารถนำเข้าน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปจากต่างประเทศเพิ่มเติมได้หากจำเป็น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังปรับแนวทาง โดยน้ำมันที่กลั่นในประเทศจะเก็บไว้ใช้ภายในประเทศเป็นหลัก ส่วนการส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว จะเปลี่ยนเป็นการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศไปส่งต่อแทน เพื่อลดผลกระทบต่อปริมาณสำรองในประเทศ

สำหรับปริมาณสำรองน้ำมันของไทย ปัจจุบันเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 62 วัน เป็นกว่า 100 วัน จากการบริหารจัดการสต็อกและโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ และหากประชาชนร่วมมือกันลดการใช้น้ำมัน จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

นายอนุทิน ย้ำว่า น้ำมันสำรองในประเทศ แม้จะเป็นของบริษัทเอกชน เช่น บริษัทมหาชนต่าง ๆ แต่เป็นการสำรองตามกฎหมาย ซึ่งภาครัฐมีอำนาจในการบริหารจัดการและนำมาใช้ในยามจำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศ

“รัฐบาลขอให้ประชาชนมั่นใจว่า จะมีน้ำมันเพียงพอสำหรับการเดินทาง และขอความร่วมมือใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า รวมถึงหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และช่วยให้ประเทศสามารถผ่านสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคง”