วิกฤตประชากรไทย! คนเกิดน้อยกว่า “ตาย” ทำแรงงานหาย-ผู้สูงวัยพุ่ง
ต้นกุมภาฯ อีจัน
4 พฤศจิกายน 2568

วันนี้ (4 พ.ย.68) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) เปิดเผยว่า ปี 2568 เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันที่ “คนไทยเกิดน้อยกว่าตาย” โดยคาดจำนวนประชากรไทยยังต่ำกว่า 66 ล้านคน ขณะที่สถานการณ์น่าห่วงที่สุดอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น และร้อยเอ็ด
ข้อมูลในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 พบว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่อยู่ที่ 309,644 คน ลดลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) สวนทางกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไทยเข้าสู่ภาวะ “สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ” เร็วกว่าที่คาดไว้
รายงานยังระบุว่า สัดส่วนประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15-59 ปี) จะลดลงจาก 67% ในปี 2557 เหลือเพียง 52% ภายในปี 2593 ขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) จะเพิ่มจาก 15% เป็น 36% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ปัจจัยเสี่ยงที่ตามมาคือ การขาดแคลนแรงงาน การบริโภคที่ลดลงจากรายได้ประชากรวัยทำงานที่หดตัว และภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้นจากการดูแลผู้สูงอายุ โดยค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสุขภาพของรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 7% ในช่วงปี 2558
มองไปข้างหน้า วิกฤตโครงสร้างประชากรจะมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย จากความเสี่ยงใน 3 เรื่องหลัก ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน แนวโน้มการบริโภคที่ลดลง รวมถึงภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้นจากทั้งสวัสดิการด้านรายได้และสุขภาพ
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทยดังกล่าว ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่
1) แนวทางการเพิ่มผลิตภาพแรงงานในระยะยาว
2) ข้อเสนอขยายอายุเกษียณ ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณา เช่น อายุเกษียณที่เหมาะสม กรอบเวลาดำเนินการ รวมถึงความพร้อมของภาคธุรกิจ