วันนี้ (7 ม.ค.69) เวลา 09.00 น. รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง +250บาท ทำให้ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 66,000 บาทต่อบาททองคำ ขายออกบาทละ 66,100 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาท 64,672.56 บาทต่อบาททองคำ และขายออกบาทละ 66,900 บาทต่อบาททองคำ
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) สรุปภาพรวมตลาดทองคำ โดยราคาทองคำตลาดโลกปิดบวกอย่างต่อเนื่อง หลังตลาดยังคงได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา และจับกุมตัวนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงมากขึ้น
ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 40.0 เหรียญ หรือ 0.9% ที่ระดับ 4,494.0 เหรียญ
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อสุทธิ 2 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,067.13 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ขายสุทธิ 4.86 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ขายสุทธิ 4.86 ตัน
David Miller ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Catalyst Funds ระบุว่า แนวโน้มราคาทองคำในระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้นอย่างมั่นคง ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบการเงินโลก โดยเฉพาะบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ทางการเงินที่เข้ามาทดแทนดอลลาร์สหรัฐ
UBS Wealth Management มองว่าปี 2026 จะเป็นปีที่สินค้าโภคภัณฑ์กลับมามีบทบาทสำคัญในพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะทองคำ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการซื้อของธนาคารกลาง การขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐฯ ที่ลดลง และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงสูง ทั้งหมดนี้อาจผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในไตรมาสแรกของปี 2026 และมีโอกาสปรับขึ้นได้มากกว่านั้นหากความเสี่ยงทางการเมืองหรือเศรษฐกิจทวีความรุนแรง
ด้านนักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 4,800 ดอลลาร์ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงประธานเฟด และการที่ธนาคารกลางยังคงเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง
ขณะราคาสินทรัพย์โลหะมีค่าอื่นๆ (Silver): ราคาปรับตัวขึ้น 5.4% สู่ระดับ 80.68 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้าน (Platinum): ราคาพุ่งขึ้น 7.2% มาอยู่ที่ระดับ 2,435.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ (Palladium):ราคาปรับตัวสูงขึ้น 5.9% มาอยู่ที่ระดับ 1,821.68 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามทิศทางของโลหะมีค่าในภาพรวม
