นักลงทุนเงียบหมด! “KKP” ชี้การเมืองร้อน ฉุดเชื่อมั่น-ลงทุนดิ่ง

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

27 สิงหาคม 2568

นักลงทุนเงียบหมด! “KKP” ชี้การเมืองร้อน ฉุดเชื่อมั่น-ลงทุนดิ่ง

กรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังประธานวุฒิสภา รับคำร้องสมาชิกวุฒิสภา รวม 36 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 02 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธารฯ กรณีคลิปเสียงการสนทนา กับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ปัญหาชายแดน

วันนี้ (27 ส.ค.68) ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมือง ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของทางรัฐบาลและข้าราชการอาจจะชะลอไปได้ เพราะความสนใจของฝ่ายบริหารจะลงไปอยู่ที่ปัจจัยความเสี่ยง โดยคาดหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว 

สำหรับประเด็นที่ห่วงมากที่สุด  คือ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ยังไม่ผ่าน ซึ่งหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณางบประมาณ 

“แต่ความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นเป็นส่วนใหญ่”

สำหรับวันที่ 29 ส.ค.นี้ จะมีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำตัดสิน กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จากเหตุการณ์คลิปเสียงสนทนากับ นายฮุน เซน นั้น

ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า ภาพโดยรวมอาจจะยังไม่กระทบตัวเลขเศรษฐกิจมากนัก เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่ แต่รัฐบาลจะเป็นส่วนที่สำคัญ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนของราชการยังเบิกจ่ายเงินได้

ซึ่งประเด็นสำคัญ คือความเชื่อมั่น และเรื่องที่ค่อนข้างเป็นห่วงที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแน่ๆ คือ พ.ร.บ.งบประมาณ แต่ถ้า พ.ร.บ.งบฯ ผ่านไปได้แล้ว 

“จากนั้นก็จะเป็นความไม่แน่นอนของทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากใครจะขึ้นมาทำหน้าที่ก็ต้องดูนโยบายและการขับเคลียร์จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เชื่อว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่น่าจะมีเยอะ”

ขณะเดียวกัน ทุกครั้งเมื่อเกิดความไม่แน่นอน ภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชะลอการลงทุน เพื่อรอดูสถานการณ์ ซึ่งปัญหาครั้งนี้อาจเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ทุกอย่างชะลอตัวลง ซึ่งทุกภาคส่วนชะลอการตัดสินใจ ทำให้เกิดผลกระทบระยะสั้นได้ แต่เชื่อว่าถ้าสถานการณ์คลี่คลายระยะสั้น และกลับมามีความชัดเจนมากขึ้น ไม่น่าจะทำให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจมีมาก

อย่างไรก็ตาม เรื่องการพิจารณางบประมาณปี 2569 เชื่อว่ายังไงก็ต้องผ่าน แต่ที่กังวลคืออาจจะออกมาล่าช้า หากเทียบกับเหตุการณ์เมื่อปีก่อน (กรณีอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน) เมื่อมีการชะลอตัวของการผ่านงบประมาณ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า ผลกระทบต่อจีดีพีอาจจะสูงถึง 1% 

“ดังนั้น เรื่องงบประมาณเป็นเรื่องค่อนข้างใหญ่ หากเกิดกรณีไม่ผ่านงบประมาณ จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจค่อนข้างเยอะ”