“ซีไอเอ็มบี ไทย” เชื่อ กนง.ไม่รีบลดดอกเบี้ยไทย หลังเฟดหั่นดอก 0.5%
ต้นกุมภาฯ อีจัน
19 กันยายน 2567

“ซีไอเอ็มบี ไทย” ชี้เฟดหั่นดอกเบี้ย 0.50% ลดแรงเพื่อดับความกังวลตลาด-สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน เชื่อ กนง.ไม่รีบลดดอกเบี้ยไทย หวังรอ 3 ปัจจัยชัด
วันนี้ (19 ก.ย.67) นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวถึงกรณีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% สู่ระดับ 5.00% และฉายภาพทิศทางดอกเบี้ยปลายปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 4.50% และปลายปี 68 ที่ระดับ 3.50% ซึ่งต่ำกว่าการให้มุมมองในรอบการประชุมในเดือนมิ.ย.ที่มองอัตราดอกเบี้ยปี 67 ที่ 5.25% และปลายปี 68 ที่ 4.25%
ทั้งนี้ เฟดยังให้มุมมองการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐไว้ที่ 2.0% ใกล้เคียงกับรอบก่อนที่ 2.1% ขณะที่อัตราว่างงานน่าจะอยู่ที่ระดับ 4.4% สูงกว่าที่มองรอบก่อนที่ 4.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อ หรือ PCE น่าจะอยู่ที่ระดับ 2.3% ต่ำลงกว่าที่เคยประมาณการณ์ไว้รอบก่อนที่ 2.6%
ข่าวน่าสนใจอื่น
นายอมรเทพ กล่าวว่า การที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยแรงในรอบแรกที่ระดับ 0.50% แทนที่จะเป็นระดับปกติที่ 0.25% เนื่องจาก 2 ปัจจัย 1.เพื่อช่วยให้ตลาดคลายความกังวลว่าเฟดจะปรับอัตราดอกเบี้ยแรงในครั้งถัดไปหรือไม่ ซึ่งการปรับลดแรงในรอบแรกก็อาจไม่จำเป็นต้องปรับลดแรงเช่นนี้ในรอบการประชุมเดือนพ.ย.67
และ 2.คือการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนว่าเฟดพร้อมดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย มองต่อไปเชื่อว่าเฟดน่าปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% แต่อาจปรับลดมากกว่านี้หากตัวเลขอัตราว่างงานสูงขึ้นหรืออัตราเงินเฟ้อลดลงเร็วกว่าคาด
“ซึ่งเชื่อว่าตลาดรับรู้ข่าวนี้มากแล้วและไม่น่ากังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยเช่นในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา และเชื่อว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐได้ปรับตัวย่อลงมารับข่าวนี้แล้ว และไม่น่าลดลงได้มากไปอีกจนทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว”นายอมรเทพกล่าว

นายอมรเทพกล่าวว่า ส่วนทิศทางดอกเบี้ยของไทย เชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือนต.ค.67 โดยไทยยังไม่น่าลดอัตราดอกเบี้ยในทันที รอปัจจัยชี้นำในเดือนพ.ย.นี้ 3 ด้าน 1.เพื่อรอทิศทางการฟื้นของเศรษฐกิจไทย (GDP) ไตรมาส 3/67 ซึ่งน่าชะลอกว่าที่แบงก์ชาติคาดจากปัญหาน้ำท่วมกระทบกำลังซื้อของครัวเรือนและภาคเกษตร
2.เพื่อติดตามผลการลดดอกเบี้ยของสหรัฐ ตลาดที่จะลดดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป และตลาดไม่น่าแตกตื่น และ 3.เพื่อรอดูผลการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐ หากกรณีผู้นำใหม่ที่มีนโยบายกีดกันทางการค้าได้ชัยชนะก็อาจมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ รวมทั้งต้องดูด้วยว่าพรรคผู้นำจะได้เสียงข้างมากในสภาสูงและสภาล่างด้วยหรือไม่ ซึ่งจะทำให้การดำเนินนโยบายราบรื่นขึ้น หรือจะเกิดความเสี่ยงด้าน government shutdown
“เชื่อว่า กนง.น่าลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.67 หลังมีความชัดเจนในตลาดเงินตลาดทุนและมาตรการแจกเงินน่ามีความชัดเจนว่าไม่น่าทำให้เงินเฟ้อ ซึ่ง กนง.น่าลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือระดับ 2.25%”นายอมรเทพกล่าว

อย่างไรก็ดี แบงก์ชาติอาจไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยจาก 2 ส่วน 1.กังวลอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูง ทั้งจากมาตรการแจกเงินเฟส 2 และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ หรือหากคลังปรับลด FIDF ก่อน ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ลดลงตามโดยไม่ต้องลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
“หาก กนง. ไม่ลดดอกเบี้ยในเดือนต.ค. ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าคลังจะลด FIDF 0.23% จะช่วยให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินปรับลดลงได้โดยไม่กระทบเสถียรภาพตลาดเงินตลาดทุน หรือคลังอาจเลือกจัดเก็บ FIDF มาตั้งกองทุนใหม่เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากหนี้สูง โดยไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยลดลงแต่ดูแลผู้มีปัญหาเฉพาะจุด ซึ่งทั้ง 2 ส่วนน่าพอช่วยให้เศรษฐกิจไทยลดความเสี่ยงการชะลอตัวได้”นายอมรเทพกล่าว