”ญี่ปุ่น“ ครองแชมป์! ต่างชาติลงทุนไทย 7 เดือนแรกปี 68 เงินทะลุ 7 หมื่นล้าน
ตู๋ อีจัน
28 สิงหาคม 2568

(วันนี้ 28 ส.ค.68) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการลงทุนของชาวต่างชาติในประเทศไทย ช่วง 7 เดือนแรกปี 2568 (มกราคม-กรกฎาคม) พบว่ามีต่างชาติได้รับอนุญาตให้เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยรวม 583 ราย แบ่งเป็นการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าว 150 ราย และขอหนังสือรับรองฯ ผ่านกฎหมายการลงทุนอีก 433 ราย รวมเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 159,460 ล้านบาท
เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปี 2567 พบว่าจำนวนผู้ลงทุนเพิ่มขึ้น 123 ราย หรือ 27% ขณะที่มูลค่าเพิ่มขึ้น 68,473 ล้านบาท หรือ 75% สะท้อนความเชื่อมั่นที่นักลงทุนต่างชาติยังมีต่อเศรษฐกิจไทย
5 อันดับประเทศที่ลงทุนมากที่สุดในไทย (ม.ค.-ก.ค. 2568)
1.ญี่ปุ่น 112 ราย (19%) มูลค่า 69,817 ล้านบาท ลงทุนเด่นในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ซอฟต์แวร์ ศูนย์กระจายสินค้า และการผลิตพลาสติก-สิ่งพิมพ์-ยานยนต์
2.สหรัฐอเมริกา 85 ราย (15%) มูลค่า 3,238 ล้านบาท เน้นธุรกิจวิศวกรรม ค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ โฆษณา และการผลิตชิ้นส่วน
3.สิงคโปร์ 74 ราย (13%) มูลค่า 22,872 ล้านบาท ลงทุนในสินเชื่อไร้หลักประกัน วิจัยคลินิก แอปพลิเคชัน e-Wallet และการผลิตโลหะ-บรรจุภัณฑ์
4.จีน 73 ราย (13%) มูลค่า 20,029 ล้านบาท เด่นในธุรกิจวัตถุดิบ ซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า และการผลิตอิเล็กทรอนิกส์
5.ฮ่องกง 64 ราย (11%) มูลค่า 11,467 ล้านบาท ลงทุนศูนย์กระจายสินค้า สถานีชาร์จ EV Data Center และพลังงาน-เคมีภัณฑ์

สำหรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนกว่า 176 ราย หรือ 30% ของทั้งหมด เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน รวมเงินลงทุนกว่า 73,186 ล้านบาท (คิดเป็น 46% ของทั้งหมด) โดยญี่ปุ่นครองแชมป์ 26,937 ล้านบาท ตามด้วยจีน 14,442 ล้านบาท และฮ่องกง 5,264 ล้านบาท
กรมฯ ยังชี้ว่าธุรกิจ “ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine)” กำลังมาแรง สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวก 24 ชั่วโมง ปัจจุบันมีผู้ประกอบการกว่า 760 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 5,962 ล้านบาท รายได้ปี 2567 อยู่ที่ 10,156 ล้านบาท โต 34.7% และยังดึงเม็ดเงินต่างชาติรวมกว่า 619 ล้านบาท
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวทิ้งท้ายว่า “ธุรกิจนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พื้นที่เล็ก ๆ ก็สร้างโอกาสใหญ่ได้ หากใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์ที่เหมาะสม”
