วิจัยกรุงศรี เผยทัวร์จีน หนีบุก “เวียดนาม” ทุบรายได้ไทยวูบ -8.7%
ต้นกุมภาฯ อีจัน
24 กันยายน 2568

วันนี้ (24 ก.ย.68) วิจัยกรุงศรี เผยว่าภาคท่องเที่ยวไทยเผชิญการแข่งขันแรงขึ้นในภูมิภาค การฟื้นตัวในช่วงที่เหลือยังเผชิญความท้าทาย ในเดือน ส.ค. มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย 2.58 ล้านคน หดตัว -12.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1.19 แสนล้านบาท ลดลง -13.4%
สำหรับในช่วง 8 เดือนแรกของปี นักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 21.9 ล้านคน ลดลง -7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สร้างรายได้ 1.01 ล้านล้านบาท ลดลง -8.7%
การท่องเที่ยวของไทยยังคงฟื้นตัวอย่างอ่อนแอ โดยมีแรงกดดันสำคัญจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัวต่อเนื่อง โดยในเดือน ส.ค. มีนักท่องเที่ยวจีนเพียง 0.4 ล้านคน ลดลง -37.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
และในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้มีเพียง 3.1 ล้านคน ลดลง -35.3% เมื่อเทียบกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน หรือคิดเป็นเพียงประมาณ 40% ของระดับก่อนการแพร่ระบาดในปี 2562
ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนถึงความกังวลด้านความปลอดภัยและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนที่หันไปเลือกจุดหมายปลายทางอื่นเพิ่มขึ้น ไม่เพียงแต่ญี่ปุ่นเท่านั้น หากยังรวมถึงประเทศในอาเซียน
โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนได้ถึง 3.5 ล้านคน สูงกว่าไทยอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงมาเลเซียที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน
สถานการณ์ดังกล่าวนี้สะท้อนว่าไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีน ซึ่งเคยเป็นตลาดหลักของการท่องเที่ยวไทย และตอกย้ำว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปี 2568 ยังคงเผชิญความท้าทายสูง
ทั้งนี้ หากไม่มีมาตรการเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย อาจทำให้บทบาทของการท่องเที่ยวในฐานะที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยลดลงในระยะถัดไป