ผวา! “ซินเคอหยวน” คัมแบ็ควงการเหล็ก ใครเซ็นเปิดทางช่วงรัฐบาลสุญญากาศ

ธรรมธรรม อีจัน

ธรรมธรรม อีจัน

6 เมษายน 2569

ผวา! “ซินเคอหยวน” คัมแบ็ควงการเหล็ก ใครเซ็นเปิดทางช่วงรัฐบาลสุญญากาศ

วันที่ 6 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีโรงงานผลิตเหล็กเส้นรายใหญ่สัญชาติจีนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ระยอง ซึ่งเกิดเหตุถังก๊าซ LPG ระเบิดจนเกิดไฟไหม้เมื่อปลายปี 2567 ทุกคนก็ต่างจับตา บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่สัญชาติจีนในไทย ได้ทดลองเปิดเดินเครื่องจักรโรงงานชั่วคราวในช่วงปลายปี 2568

หลังจากหยุดดำเนินการกว่า 1 ปีเพื่อปรับปรุงคุณภาพเหล็กและระบบสิ่งแวดล้อมตามคำสั่งกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตและสร้างความมั่นใจในมาตรฐาน

ด้าน 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยประกอบด้วย สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า, สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน, สมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี, สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะ และแปรรูปเหล็กแผ่น, สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย, สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย, สมาคมพัฒนาสเตนเลสไทย, สมาคมชุบสังกะสีไทย, สมาคมหลังคาเหล็กไทย และสมาคมโลหะไทย ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องการพิจารณาอนุญาตการประกอบกิจการของผู้ผลิตเหล็กเส้นที่ถูกสั่งปิดโรงงานชั่วคราว

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการเข้าตรวจสอบโรงงานผู้ผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตโดยกระทรวงอุตสาหกรรมในช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่า มีการผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขาดมาตรฐานในการจัดการด้านความปลอดภัยและการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งในขณะนี้โรงงานผู้ผลิตจำนวนหนึ่งยังคงถูกคำสั่งของของกระทรวงอุตสาหกรรมให้ปิดโรงงานชั่วคราว โดยล่าสุดทราบว่าโรงงานที่ถูกสั่งปิดดังกล่าว กำลังพยายามขออนุญาตกระทรวงอุตสาหกรรมมาเปิดดำเนินการใหม่อีกครั้ง 

ซึ่งในเรื่องนี้กลุ่ม 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย มีความห่วงใยเป็นอย่างมากว่า หากมีการอนุญาตให้โรงงานเหล่านี้กลับมาผลิตสินค้าด้วยการปฏิบัติแบบเดิม ก็จะมีสินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไม่ได้มาตรฐานกระจายออกสู่ตลาดอีกครั้ง ซึ่งจะกลับไปสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตสินค้าที่เป็นไปตามมาตรฐาน

โดย นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ชี้แจงกรณีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ถอนอายัดเหล็ก ของบริษัท “ซินเคอหยวน” เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 68 ว่า ประเด็นที่มีฝ่ายการเมืองบางกลุ่มนำไปบิดเบือนว่าเป็นการดำเนินการในช่วงที่ตนเข้ารับตำแหน่งนั้น ไม่เป็นความจริง

โดยการถอนอายัดเกิดขึ้นก่อนผมเข้ารับตำแหน่ง ประการแรกที่ต้องเรียนย้ำ และทำความเข้าใจอย่างชัดเจน คือ การถอนอายัดเหล็กบางส่วนเกิดขึ้นในห้วงเวลาของรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ผมยังไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างเป็นทางการ วันที่มีการถอนอายัดส่วนแรก เป็นการคืนเหล็กที่ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน จำนวน 16,950 เส้น มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.2568

ทั้งนี้ ตนได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในวันที่ 19 ก.ย.2568 และเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนในวันที่ 24 ก.ย.2568 ดังนั้น การตัดสินใจหรือการดำเนินการใดๆ ก่อนวันที่ 19 ก.ย.2568 จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีชุดเดิม ผมจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งการในเรื่องนี้แต่อย่างใด

สำหรับกรณีนี้ เหล็กที่ถอนอายัด เป็นเหล็กจากเหตุการณ์ระเบิด และเพลิงไหม้ภายในโรงงาน เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2567 ไม่ใช่เหล็กกรณีตึก สตง. ถล่ม ขอเน้นย้ำว่า สาเหตุการอายัดเหล็กทั้งหมดของ บริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด เป็นการเข้าเก็บตัวอย่างในวันที่ 19 ธ.ค.2567 โดยเหล็กที่ตรวจสอบแล้วไม่ผ่านมาตรฐานยังคงถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

“ยืนยันว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมสั่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในทุกภาคส่วน ซึ่งหากซินเคอหยวน หรือโรงงานอื่น ดำเนินการกฎระเบียบกระทรวงก็พร้อมเปิดให้ดำเนินการตามปกติ” 

อย่างไรก็ตาม เพื่อคลี่คลายความกังวลของสังคม จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี นายภาส ภาสสัทธา อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ นายมานิต นพอมรบดี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย เพื่อพิจารณาความถูกต้องของกระบวนการอายัด ถอนอายัด ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

พร้อมอำนาจตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ขณะเดียวกัน นายธนกรยังไม่ทิ้งประเด็นของมาตรฐานเหล็ก จึงสั่งการให้ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ตรวจสอบย้อนหลังวัสดุที่เคยถูกยึดอายัดทุกลอต รวมถึงผลการทดสอบทางวิศวกรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมสมัยนั้น ระบุว่ากรณีของผู้ผลิตเหล็กจีน “ซินเคอหยวน” ถือเป็นกรณีที่รมต.อุตสาหกรรม สามารถปิดได้ทันที เพราะทุกโรงงานเป็นเตา IF 

ดังนั้น โรงงานของซินเคอหยวนมีทั้งที่โดนสั่งปิดไปแล้ว และยังไม่เปิดกิจการจะไม่สามารถเปิดได้ เพราะเป็นโรงงานประเภทเตาหลอมแบบ IF ดังนั้น โรงงานเหล็กที่ใช้เตาหลอมแบบ IF ก็จะไม่สามารถปิดได้อีกต่อไป ถือว่าถอนรากถอนโคนเตา IF ทั้งหมด เพราะถ้ามาตรฐานอุตสาหกรรมมีการยกเลิกเตา IF และ กมอ. มีมติยกเลิกเตา IF ก็ปิดสวิตช์ทั้งหมดเลย และอาจจะมีโอกาสที่ไม่สามารถเปิดโรงงานหรือกิจการอื่นๆ ที่ประเทศไทยอีกต่อไป ซึ่งตอนนี้ก็ได้ข่าวว่ามีโรงงานที่ใช้เตา IF กำลังจะย้ายฐานออกไปหมดแล้ว 

ทั้งนี้ต้องจับตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม คนใหม่ นายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าจะออกมาดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรต่อไป