สัปดาห์หน้ารู้เลย! “คลัง” จ่อเสนอมาตรการปีใหม่ “นายกฯ” ลุ้นจีดีพีแตะ 3%
ต้นกุมภาฯ อีจัน
31 ตุลาคม 2567

วันนี้ (31 ต.ค.67) นายพรชัย ฐีรเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในที่ประชุมระดับหัวหน้าราชการที่กระทรวงการคลัง วันที่ 4 พ.ย.67 โดยมีนายกฯ เป็นประธานที่ประชุมนั้น ปลัดกระทรวงการคลัง จะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ประชาชน ตามดำริของรัฐบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือในระดับเจ้าหน้าที่และมีการเสนอเพื่อหาข้อสรุปโดยเร็วที่สุด
“มาตรการมีแน่นอน แต่มีอะไรบ้างต้องขอให้เข้าที่ประชุมฯ ให้เรียบร้อยก่อน”นายพรชัยกล่าว

นายพรชัยกล่าวว่า ส่วนภาวะเศรษฐกิจไทยปี 67 สศค.ประเมินว่าขยายตัว 2.7% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 2.2-3.2% คงเดิมจากประมาณการครั้งก่อน แต่ดีกว่าปี 66 ที่เศรษฐกิจขยายตัวเพียง 1.9% และคาดว่าปี 68 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3% เนื่องจาก 4 ปัจจัยหลักของเศรษฐกิจไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น
ประกอบด้วย 1.การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.6% ปีหน้าบวก 2.9% 2.การส่งออกของไทย ในปีนี้ถือว่าดีต่อเนื่อง โดยการส่งออกในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ บวก 2.9% และปีหน้าคาดว่าจะบวกเพิ่มขึ้นอีก 3.1% 3.การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว โดยตลอดปีนี้ คาดจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยประมาณ 36 ล้านคน และปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 39 ล้านบาท
ซึ่งอัตราที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากเกิดการแพร่ระดับของโควิด โดยในช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิดมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปประมาณ 43 ล้านคน และ 4.การลงทุนของภาคเอกชน ในปีนี้ แม้จะยังคงติดลบอยู่ที่ 1.9% แต่ในปีหน้า คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.3%

นายพรชัยกล่าวว่า ส่วนสาเหตุที่ สศค.มองว่าแนวโน้มเศรษกิจไทยปีนี้ดีกว่าปีก่อน และในปีหน้าจะดีกว่าปีนี้ เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.การลงทุนภาคเอกชน ที่ดีขึ้น เนื่องจากการเร่งตัวขึ้นจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนผ่านมาตรการของบีโอไอ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
และ 2.การลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะขยายตัว 4.7% จากการเร่งรัดการเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนและการเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 และโครงการรถไฟทางคู่ในเส้นทางต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขัน และกระตุ้นการลงทุนต่อเนื่องในภาคเอกชน
นอกจากนี้ สศค.ยังสนับสนุนให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมุมทางเศรษฐกิจไปในทิศทางเดียวกับกระทรวงการคลัง เนื่องจากนโยบายด้านการคลัง ขณะนี้ดำเนินการไปค่อนข้างมากแล้ว
“หนี้สาธารณะต่อจีดีพี ล่าสุดอยู่ที่ 65-66% ใกล้เต็มเพดาน 70% และงบประมาณปี 68 ก็ขาดดุล 4.5% หรือ 865,000 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดังนั้น การลดอัตราดอกเบี้ยจะขยับอัตราเงินเฟ้อให้สูงขึ้น และจีดีพี เพิ่มขึ้นได้”นายพรชัยกล่าว
