“เอกชน” ชง รัฐบาล “อนุทิน” เพิ่มวงเงิน “คนละครึ่ง” จาก 150 เป็น 200 บาท/วัน
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
9 กันยายน 2568

วันนี้ (9 ก.ย. 2568) นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อหารือถึงโครงการคนละครึ่ง ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ว่า สำหรับการเข้าพบหารือในครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นร่วมกัน ซึ่งทางสมาคมได้รวบรวมข้อมูลและรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการร้านค้าตั้งแต่ช่วงหลังก.ค. 2568

“ทางสมาคมฯ ได้เสนอต่อรัฐบาลใหม่ให้เพิ่มวงเงินการใช้สิทธิ์ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเป็น 200 บาทต่อวัน จากเดิมที่กำหนดการใช้จ่ายอยู่ที่ 150 บาทต่อวัน ซึ่งเหมาะสมต่อการใช้จ่ายของประชาชน” นางฐนิวรรณ ระบุ
ทั้งนี้จากการรับฟังความคิดเห็นของผูประกอบการร้านค้า พบว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอกชนกว่า 700,000 ราย เผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยผู้ประกอบการร้านค้าในกรุงเทพฯ มียอดขายลดลง 50-60% ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด ยอดขายลดลง 80-90% ส่งผลให้ร้านค้าจำนวนมากยอดขายตกและทยอยปิดตัวลง
นางฐนิวรรณ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาทางเอกชนเคยเสนอผลักดันโครงการคนละครึ่งต่อ แต่รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ขอเดินหน้าต่อ เนื่องจากเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
“จากการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ทางเราได้รับการติดต่อจากทางรัฐบาลนี้ที่มีนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางกระทรวงการคลังได้เตรียมความพร้อมด้านงบประมาณแล้ว ถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยฟังเสียงประชาชน” นางฐนิวรรณ กล่าว
อย่างไรก็ดีสิ่งที่ผู้ประกอบการร้านค้าอยากให้รัฐบาลรับข้อเสนอไปพิจารณาเพิ่มเติม จำนวน 2 เรื่อง คือ 1. ไม่ควรเก็บภาษีย้อนหลัง 2. ไม่ควรมีเงื่อนไขที่ยุ่งยากเพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้ากลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงได้
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่มีฐานข้อมูลเดิมอยู่แล้ว ซึ่งทางไลน์แมนก็มีฐานข้อมูลจากร้านอาหารเช่นกัน โดยไม่ได้กังวลในเรื่องนี้
ที่ผ่านมาจากโครงการคนละครึ่งพบว่าผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กมียอดขายโต 2-5% แต่อยากให้ทางรัฐบาลปรับเกี่ยวกับระบบการชำระเงินและการโอนเงินของร้านค้าเพื่อให้ร้านสามารถหมุนเงินได้ทันตามเวลา
ทั้งนี้การเพิ่มสิทธิ์โครงการคนละครึ่งเป็น 200 บาทต่อวัน จะทำให้มียอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและสามารถกระจายรายได้ดี ปัจจุบันบริษัทมีผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ 5 แสนราย คาดว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นให้มีการลงทะเบียนผู้ประกอบการร้านค้าเพิ่มขึ้น โดยทางบริษัทจะมีส่วนลดค่า GP เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย