อพท. จับมือ กรมอุทยาน เดินหน้ากระเช้าภูกระดึง เล็งชงครม. เคาะ EIA

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

16 มกราคม 2569

อพท. จับมือ กรมอุทยาน เดินหน้ากระเช้าภูกระดึง เล็งชงครม. เคาะ EIA

วันนี้ (16 ม.ค. 69) นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า อพท. ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จำนวน 2 ฉบับ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่พิเศษ ให้ดำเนินงานได้อย่างบรรลุวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และเป็นประโยชน์สุขต่อประชาชนในพื้นที่ ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

สำหรับ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1  การส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานในการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง โดยมีเป้าหมายในการร่วมกันศึกษาวางแผน บริหารจัดการ และพัฒนาพื้นที่พิเศษในความรับผิดชอบขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ที่เกี่ยวข้องกับโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

และฉบับที่ 2 ได้แก่ การศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่พิเศษของ อพท. โดยมีเป้าหมายในการร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงาน เพื่อยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวในประเทศ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสนับสนุนข้อมูลในการปฏิบัติงาน และการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

นายศิริปกรณ์  กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจ ออกแบบรายละเอียดโครงสร้าง และจัดทำรายงาน EIA ฉบับสมบูรณ์ เพื่อนำเสนอรายงาน EIA เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ในช่วงเดือนก.ค. 2569 ต่อด้วยเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) สู่การพิจารณารายงาน EIA ในเดือนต.ค. และเสนอแบบของโครงการเพื่อให้  ครม. พิจารณา งบประมาณ คาดว่าจะสามารถปักหมุดลงเสาต้นแรก ในเดือนธ.ค. 2569 พร้อมกำหนดการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ในช่วงเดือนพ.ย. – ธ.ค.  2570

“ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาหน้าดินเพื่อลงเสาเข็มและออกแบบสายกระเช้าว่าควรใช้แบบสลิงสายเดียว สองสาย หรือสามสาย เพื่อให้เหมาะกับภูมิรัฐศาสตร์ และกำหนดหนาดตู้กระเช้าเพื่อให้สอดคล้องกับสายสลิงต่อไป”

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติภูกระดึงสามารถรองรับนักท่องเที่ยวสูงสุดไม่เกิน 5,000 คน/ต่อวัน ส่วนการเดินทางด้วยกระเช้านั้นเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไป-กลับ ดังนั้นหามีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นคาดว่าจะอยู่ในขอบเขตที่บริหารจัดการได้

ขณะที่การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการการทำงานในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยยึดหลักการอนุรักษ์เป็นสำคัญ ควบคู่กับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมให้การสนับสนุนด้านข้อมูล วิชาการและการกำกับดูแลตามภารกิจ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานด้านการอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติในระยะยาวนอกจากความร่วมมือในส่วนของโครงการศึกษาความเหมาสมและเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าไปฟ้าภูกระดึงแล้ว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยังมีความร่วมมือที่ขยายผลไปยังพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ ที่มีความเหมาะสม ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขที่อยู่ในกรอบกฎหมายของทั้งสองหน่วยงานเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากร และประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้แนวทางการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลที่เน้นการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2568 อพท. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการออกแบบกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง และเพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือในระดับนโยบายและปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิผล