“เอกนิติ” กางแผนอัปเกรดเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ดันจีดีพีไทยโตเกิน 3%
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
18 ชั่วโมงก่อนหน้า

วันนี้ (10 เม.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แถลงถอดรหัสนโยบายเศรษฐกิจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสนำไทยสู่เศรษฐกิจใหม่ ว่า แนวทางการจัดทำงบประมาณปี 2570 โดยเน้นนโยบาย การใช้งบแบบมุ่งเป้า โดยจะตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือยทั้งหมด เช่น งบดูงานต่างประเทศ และงบค่ายูนิฟอร์ม เพื่อนำเงินมาเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 เม.ย. 2569 นี้ เพื่อพิจารณามาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มขนส่งและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยแพง
“ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งกำหนดจะประชุมในวันเสาร์ เวลา 10:00 น. หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงนโยบาย มีประเด็นสำคัญที่เน้นการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ”
ขณะเดียวกันในการประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้ ยังมีมาตรการที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ดังนี้ ได้แก่
1.มาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบางและภาคขนส่ง โดยกระทรวงการคลังจะเสนอรายละเอียดการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบางและกลุ่มรถขนส่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน
2.มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรด้านต้นทุนปุ๋ย โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับซื้อปุ๋ยผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยขาดแคลนและราคาแพงจากวิกฤตในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งผลักดันแนวทางเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) โดยใช้หมอดินช่วยวิเคราะห์การใช้ปุ๋ยให้ตรงจุดเพื่อลดต้นทุน
3.แพ็กเกจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เตรียมเสนอวงเงินสินเชื่อวงเงินประมาณ 30,000 ล้านบาท สำหรับสนับสนุนให้ภาคครัวเรือนและธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV)เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันในระยะยาว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบนโยบาย
4.โครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยจะเสนอยกระดับมาจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการคนละครึ่งพลัส โดยนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์รายจ่ายและพฤติกรรมลูกค้าให้กับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้
“รัฐบาลมุ่งหวังว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยดันจีดีพีของไทยให้เติบโตเกิน 3% (3% Plus) และวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้ถึง 5-6% ในอนาคต ผ่านการลงทุนในคน เทคโนโลยี และความมั่นคงด้านพลังงาน”
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งหวังว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยดันจีดีพีของไทยให้เติบโตเกิน 3% และวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้ถึง 5-6% ในอนาคต ผ่านการลงทุนในคน เทคโนโลยี และความมั่นคงด้านพลังงาน
ทั้งนี้ยอมรับว่า มีความกังวลว่าการจัดเก็บรายได้ปีนี้จะหลุดเป้า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากวิกฤตสงคราม วิกฤตพลังงาน และอาจมีอีกหลายวิกฤตที่รออยู่ ดังนั้นประเทศไทยต้องปรับตัว ซึ่งในส่วนของภาครัฐ จะเริ่มจากการตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น ดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงค่างานระหว่างวันเปิดซองประกวดราคาและวันส่งมอบงานจริง หรือการปรับลดค่า K สำหรับภาคก่อสร้าง การเกลี่ยงบประมาณรัฐที่ยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างภายในสิ้นเดือนเม.ย.นี้ จากเดิมกำหนดไว้สิ้นเดือนมี.ค. 2569 เพื่อนำงบประมาณมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งจะเป็นการออกพ.ร.บ.การโอนเงินงบประมาณ พ.ศ. เพื่อความโปร่งใส คาดว่าจะได้เงินราว 100,000 ล้านบาท