วันนี้ (13 ม.ค.69) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าว Keynote Speech ในงานสัมมนา KKP Year Ahead 2026 โดยกลุ่มการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ระบุ ธปท. ได้ขอให้กระทรวงการคลังลงนามเพื่อให้อำนาจ ธปท. เข้าไปกำกับดูแลธุรกรรมทองคำบนแพลตฟอร์ม (Digital Gold) ที่จะเป็นมาตรการสกัดความผันผวนของค่าเงินบาท
โดยอาจให้มีการกำหนดวงจำกัด การซื้อขายต่อวันสำหรับรายใหญ่ เช่น 100 ล้านบาทขึ้นไป และห้ามธุรกรรมที่ไม่มีการซื้อขายจริง เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท โดยคาดว่าจะทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะลงนามมอบอำนาจให้ ธปท.ภายในสิ้นเดือน ม.ค.นี้
นายวิทัยกล่าวว่า การกำกับดูแลธุรกรรมทองคำเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงิน ธปท.พบว่าการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันมีผลกระทบต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งโครงสร้างการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันในตลาดปัจจุบัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้
- การซื้อขายทองคำแท่งผ่านหน้าร้าน (Physical) คิดเป็น 15% ของสัดส่วนทั้งหมด
- การซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชัน (สกุลเงินบาท) คิดเป็น 35%
- การซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชัน (สกุลเงินดอลลาร์) คิดเป็น 50%
นายวิทัยกล่าวว่า กลุ่มที่เป็นประเด็นสำคัญคือ การซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันในสกุลเงินบาท เนื่องจากธุรกรรมเหล่านี้ ส่งผลโดยตรงต่อการไหลเข้า-ออกของกระแสเงินตราในประเทศ ขณะที่การซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์ แม้จะเป็นธุรกรรมขนาดใหญ่ แต่หากเป็นการเทรดในระบบบัญชีดอลลาร์และถือครองไว้เพื่อลงทุนต่อ ผลกระทบต่อค่าเงินบาทจะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีการแลกเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินบาทเท่านั้น
จากการประมาณการ พบว่ามูลค่าการซื้อขายทองคำในปีที่ผ่านมา อาจสูงถึง 50-60% ของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) หรืออาจเกินกว่านั้น โดยพบข้อมูลที่น่าสนใจคือรายได้ผู้ประกอบการทองรายใหญ่เพียงรายเดียวอาจมีรายได้มากกว่า 5 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับจีดีพีประเทศไทยที่ประมาณ 18 ล้านล้านบาท
ขณะที่ตลาดทองคำมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยสูงถึง 60,000 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งสูงกว่ามูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่เฉลี่ยประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อวัน ในช่วงที่มีความเคลื่อนไหวสูง มูลค่าการซื้อขายทองคำอาจพุ่งสูงถึง 250,000 ล้านบาทต่อวัน
เมื่อลูกค้าขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันของร้านทองรายใหญ่ โดยเฉพาะ 5 รายหลักที่มีระบบรองรับร้านทองจะทำการขายทองคำในตลาดโลกเป็นสกุลเงินดอลลาร์ และเมื่อนำรายได้ดอลลาร์เหล่านั้นมาแลกกลับเป็นเงินบาทเพื่อจ่ายคืนลูกค้า ปริมาณความต้องการเงินบาทที่มหาศาลในระยะเวลาอันสั้นนี้เองที่เป็นปัจจัยหลักทำให้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ธุรกรรมทองคำมีอิทธิพลอย่างมากต่อความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งสูงกว่าธุรกรรมในภาคการนำเข้าและส่งออกสินค้าประเภทอื่นอย่างมีนัยสำคัญ เทรดทองไม่ทำให้จีดีพีโต แต่บาทแข็งทำให้จีดีพีลดแน่นอน”
