วันนี้ (6 ต.ค.68) เวลา 09.00 น. รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองขึ้น 600 บาท ทำให้ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 59,950 บาทต่อบาททองคำ ขายออกบาทละ 60,050 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาท 58,745 บาท และขายออกบาทละ 60,850 บาท

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เผยราคาทองคำปิดบวกในวันศุกร์ และพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เหนือ 3,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเปิดตลาดเช้า นับเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 7 ปัจจัยหนุนหลักมาจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อ (Government Shutdown) และ ความคาดหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์ระบุว่า ยิ่งรัฐบาลปิดทำการนาน ก็ยิ่งเป็นปัจจัยบวกที่ต่อเนื่องต่อตลาดทองคำ แต่หากมีข้อตกลงเซอร์ไพรส์ตลาดในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อเปิดทำการรัฐบาลขึ้นมาใหม่ ก็น่าจะเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ
ขณะที่ ธนาคาร UBS ระบุในรายงานคาดว่า ราคาทองจะปรับตัวขึ้นไปแตะ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองลดลงจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลง ขณะที่แนวโน้มการอ่อนค่าต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐก็เป็นแรงหนุนอีกประการหนึ่งสำหรับราคาทองคำ
ธนาคาร HSBC คาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจทะลุ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ได้ในไม่ช้า โดยมีปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์, ความไม่แน่นอนทางการคลัง, และความท้าทายต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยระบุในรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า “แรงซื้อจากหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงความต้องการทองคำในกระจายความเสี่ยง จะเป็นแรงผลักดันให้ตลาดทองคำยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569”
จากการสำรวจนักวิเคราะห์ของ Kitco News Gold Survey พบว่า 92% ของนักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะ ปรับตัวสูงขึ้นต่อในสัปดาห์นี้ โดยไม่มีนักวิเคราะห์รายใด คาดการณ์ว่าราคาจะลดลง ขณะที่มีเพียง 8% เท่านั้นที่มองว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถิติราคาทองปี 2568 โดย 9 เดือน นับจากเดือน ม.ค.-ก.ย.68 ราคาทองเพิ่มขึ้นแล้ว 16,000 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ราคาทองเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 10,700 บาท
