น่าห่วง! อุตฯ ยานยนต์ไทยทรุด ส่งออก-ยอดขาย ดิ่ง 3 ปีติด
ต้นกุมภาฯ อีจัน
25 กุมภาพันธ์ 2568

วันนี้ (25 ก.พ.68) นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนม.ค.68 ทั้งสิ้น 107,103 คัน ลดลงจากเดือนม.ค.67 ที่ 24.63% เพราะผลิตขายในประเทศลดลง 31.78% ตามยอดขายที่ลดลง และผลิตส่งออกลดลง 21.10% ตามยอดส่งออกที่ลดลง
ขณะที่การผลิตเพื่อส่งออกเดือนม.ค.68 ผลิตได้ 75,044 คัน เท่ากับ 70.07% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม 2567 ที่ 21.10% ในขณะทีการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนม.ค.68 ผลิตได้ 32,059 คัน เท่ากับ 29.93% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนม.ค.67 ที่ 31.78%
ส่วนการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนม.ค.68 ส่งออกได้ 62,321 คัน ลดลงจากเดือนม.ค.67 ที่ 28.13% จากความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่สหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ จึงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีการตอบโต้มากน้อยเพียงใด
รวมทั้งการส่งออกของรถยนต์ไฟฟ้าจีนราคาถูกมาแข่งขันมากขึ้นในประเทศคู่ค้า และรถยนต์ส่งออกบางรุ่นกำลังจะเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ และจากเดือนธ.ค.67 มีวันหยุดมาก บางบริษัทเปิดทำการช้าในเดือนม.ค.68 จึงผลิตได้น้อย ทำให้มีรถส่งออกได้น้อยตลาดออสเตรเลียตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้
ขณะเดียวกัน ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนม.ค.68 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,092 คัน ลดลงจากเดือนม.ค.67 ที่ 12.26%
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์วันนี้ ต้นปีก็ยังถือว่าเข้าขั้นวิกฤติ น่าเป็นห่วง ตั้งแต่ต้นปีมา ก็ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งภาวะนี้ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2566-2567 จนถึงปีนี้ 2568 ก็ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
โดยเป็นผลจากหนี้ครัวเรือนสูงและเศรษฐกิจในประเทศปี 2567 ขยายตัวในอัตราต่ำที่ 2.5% ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงลดลงโดยเฉพาะผลผลิตยานยนต์ที่มีอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากลดลง แรงงานจำนวนมากมีรายได้ลดลง ทำให้ใช้จ่ายลดลง ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวในอัตราต่ำ
ขอให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะ เพื่อกระตุ้นยอดซื้อรถใหม่ ให้เร็วขึ้น จาก 4 เดือนเป็น 2 เดือน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตมากขึ้น จ้างงานมากขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น เศรษฐกิจขยายตัวในอัตราสูงขึ้น ซึ่งจะสร้างบรรยากาศการลงทุนให้เร็วขึ้นตามความประสงค์ของนายกรัฐมนตรี