มีเงินแค่ 500 บาท ก็ได้เป็นเจ้าหนี้รัฐบาลแล้ว

สบน. เตรียมเปิดตัวพันธบัตรออมทรัพย์รายเดือน ‘ออมพลัส’ ดีเดย์ 5 มิ.ย. 69 วงเงิน 1-2 พันล้านบาท จองซื้อผ่านแอปใหม่ “Bond Connect” หนหนุนรายย่อยเขาถึงการลงทุน ซื้อเริ่มต้น 500 บาท

วันนี้ (1 มิ.ย. 69) นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สบน. อยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อออกพันธบัตรออมทรัพย์ในรูปแบบรายเดือน หรือ “ออมพลัส”​ตามนโยบายของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนและเปิดจำหน่ายได้ในช่วงต้นเดือนมิ.ย. นี้ โดยจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 5 มิ.ย. 2569

สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการระดมทุนในส่วนนี้ เป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณตามแผนการกู้เงินปกติของปีงบประมาณ 2569 ไม่ได้ใช้ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบวิกฤตพลังงานแต่อย่างใด

นางจินดารัตน์ กล่าวด้วยว่า วงเงินในการออกพันธบัตรออมทรัพย์รายเดือนนั้น สบน. ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ประมาณ 1,000 – 2,000 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในขณะนั้น

“การออกพันธบัตรออมทรัพย์เป็นรายเดือนจะช่วยให้รัฐบาลสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดได้คล่องตัวขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการออมเงินอย่างต่อเนื่อง” นางจินดารัตน์ กล่าว

ทั้งนี้การออกพันธบัตรในรอบนี้ คือ การเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีการจองซื้อ โดย สบน. ได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ภายใต้ชื่อ “Bond Connect” ซึ่งจะเป็นแพลตฟอร์มกลางที่ผู้ลงทุนสามารถใช้บริการได้ในแอปเดียว ซึ่ง Bond Connect เป็นแอปพลิเคชันใหม่ จุดเด่นคือ สามารถใช้ลงทุนได้ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ (บอนด์)

อย่างไรก็ดี สบน. ยืนยันว่าวัตถุประสงค์หลักของการออกพันธบัตรรายเดือนคือเพื่อสนับสนุนการออมของนักลงทุนรายย่อย โดยมีการหารือถึงการกำหนดวงเงินจองซื้อขั้นต่ำเพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย เช่น 500-1,000 บาท ซึ่งตัวเลขที่แน่นอนจะมีการสรุปอีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการออมของประชาชนในปัจจุบัน

“ในระยะแรกจะเน้นการออกออมพลัส ผ่าน Bond Connect เป็นหลัก ส่วนแอปพลิเคชันเป๋าตังที่เคยใช้เดิมนั้น กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง ทั้งนี้ ยืนยันว่า เราจะเน้นไปที่นักลงทุนรายย่อยเป็นหลัก เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงการออมของรัฐบาลได้ง่ายขึ้น” นางจินดารัตน์ ระบุ