“หอการค้า” ชี้กลยุทธ์ทุเรียนลูกละ 100 บาท “พิมรี่พาย” ขายเน้นกระแส
ต้นกุมภาฯ อีจัน
23 ชั่วโมงก่อนหน้า

วันนี้ (28 เม.ย.69) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเด็นทุเรียนลูกละ 100 ของพิมรี่พาย ว่า จะต้องแยกประเด็นของการทำในเชิงของการตลาด (Marketing) หรือว่าซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) เช่นเวลาทำบางอย่าง อาจจะทำแบบเสมอตัว หรือบางอย่างทำขาดทุน อย่างโปรโมชั่น มันคือการทำแล้วได้กำไรบ้าง หรืออาจจะขาดทุน หรืออาจจะเป็นลักษณะของการเสมอตัว
แน่นอนว่าเวลาที่ทำในเรื่องของอีคอมเมิร์ซ หรือการขายผ่านออนไลน์ สิ่งสำคัญมากๆ ก็คือ 1. คือการรีวิว ลูกค้าจะดูการรีวิว 2. การส่งมอบ มันก็จะมีเงื่อนไขว่าถ้าสินค้าไม่ตรงปกก็รับคืน 3. มันก็เป็นการลักษณะของการรักษาแบรนด์ของผู้เสนอ หรือคนขาย หรือช่องทางนั้น
ดังนั้น ในเมื่อว่าของที่มีคุณภาพและก็ตรงปก ส่งมอบไปตามราคาที่นำเสนอ คิดว่าจุดสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่การขาย มันอยู่ที่การส่งมอบ แต่สิ่งสำคัญมากๆ คือการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) หรือการที่เป็นคนขายของที่โดดเด่น มันคือการที่มีคนติดตาม หรือคนดูในช่องนั้นเท่าไหร่ มันคือช่องทางของการที่มีผู้ติดตามเท่าไหร่
“กรณีนี้ ถ้ามองในมุมสำคัญมากๆ คือ มันเป็นกระแสที่ขนาด Talk of the town ขณะเดียวกัน ตอนที่ท่านหวังอี้เดินทางมาที่ทำเนียบ ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ท่านก็จัดทุเรียนเป็นของว่างในการทานกับน้ำชา นั่นหมายความว่าคำว่าทุเรียนเนี่ย มันคือสิ่งที่ขายได้ โปรโมทได้ และเป็นสิ่งที่ชื่นชอบสำหรับหลายๆ ประเทศ”
ดังนั้น การที่มีการขายโดยใครก็ตาม และขายในราคาลูกละ 100 และทำให้เกิดกระแสการซื้อทุเรียน และแน่นอนการขายอาจจะมีเงื่อนไขที่ต้องตามว่า 100 บาท/ลูก แต่หลังจากนั้นเป็นเท่าไหร่ อันนี้ต้องตาม ถ้าการขายเป็นการขายของคุณภาพด้วยราคาที่เหมาะสม การส่งมอบจะเป็นตัวเช็กต่อมาว่าของส่งมอบเป็นของที่สอดคล้องกับคุณภาพในการขายหรือไม่
“ถ้าเป็นไปได้เราก็ต้องจะเห็นว่าบางครั้งมันคือช่วงของการโปรโมชั่นเหมือน 11 เดือน 11 ถ้ามันขายได้ทำไมคุณไม่ขายทั้งปี? แต่มันเป็นการขายว่าคุณซื้อในราคา 10% ลด 90% เฉพาะ 11 เดือน 11 มันเป็นกิมมิคทางการตลาด”
ดังนั้น กรณีนี้ในแง่กระแสก็ถือว่าสำเร็จ ในแง่ของการติดตามก็ถือว่าสำเร็จ แต่ในแง่ของการสร้างความน่าเชื่อถือแล้วก็ความยั่งยืน ก็จะต้องตามต่อไป และสิ่งสำคัญมากๆ คือ มันคือแบรนด์ ความสำคัญคือมันคือแบรนด์ของไทย แบรนด์ของผู้ขายคนไทย ซึ่งคงเป็นการที่จะต้องรักษาแบรนด์นี้
“คงจะต้องดูเสียงตอบรับ ฟีดแบ็ก สังเกตว่าในโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์กเนี่ย มันมีคนทั้งกด Like กับกด Dislike ไม่ชอบ แต่ว่าเสียงโดยส่วนใหญ่เนี่ย ถ้าเป็นกระแสเป็น Viral มันก็ถือว่าประสบความสำเร็จในเชิง Marketing แต่ว่าถ้ายอดคนกด Like หรือคนชื่นชมมากกว่าคนตำหนิ เพราะทุกทีมันจะมีคนตำหนิอยู่ละนะครับ มันก็ทำให้การดำเนินการนั้นสำเร็จ”
ทั้งนี้ กรณีของ พิมรี่พาย เคสนี้ก็เป็นเคสที่กระแสวิจารณ์เป็นไปได้เยอะแยะมากมาย แต่รายละเอียดต่างหากที่ต้องบอกว่า มันคือลักษณะของทุกลูก 100 บาทเหรอ? หรือเฉพาะลูกโปรโมชั่น? หรือเฉพาะช่วงเวลาชั่วโมงทองนาทีทอง? มันเป็นสิ่งที่ต้องดูรายละเอียด แต่ว่าสิ่งสำคัญมากๆ คือการส่งมอบให้กับปลายทางตรงตามการโฆษณา หรือการขายหรือเปล่า เพราะว่านั่นคือสิ่งที่เป็นบทพิสูจน์