คลัง ชง ครม. เติมเงินร้านค้าออนไลน์ 2,000 บาท/ราย
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
17 พฤศจิกายน 2568

วันนี้ (17 พ.ย. 68) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ 2 เรื่องหลักเข้าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 18 พ.ย. 2568 ได้แก่ โครงการพัฒนาความรู้ทักษะหรือเรียนรู้ทักษะใหม่สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส และการปรับแผนการคลังระยะปานกลาง
สำหรับเรื่องโครงการพัฒนาความรู้ทักษะหรือเรียนรู้ทักษะใหม่ สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อยกระดับศักยภาพร้านค้ารายย่อยให้สามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน โดยเป็นโครงการต่อยอดเพื่อยกระดับร้านค้ารายย่อยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล รัฐบาลสนับสนุนเงิน 20% ของยอดขายที่เพิ่มขึ้น หรือสูงสุดร้านละ 2,000 บาท เริ่ม 19 พ.ย. นี้ และร้านค้าที่ได้สิทธิ์ประกาศผล 23 ธ.ค. 2568 และเริ่มโอนเงิน 25 ธ.ค. 2568
ทั้งนี้ คุณสมบัติร้านค้าที่ร่วมโครงการฯ เป็นร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัส ก่อนเริ่มอบรม ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ที่เลือกอบรมผ่าน ฟู้ด ดีลิเวอรี ต้องไม่เป็นร้านค้าที่อยู่ในฐานข้อมูลของแพลตฟอร์มนั้น ก่อนวันที่ 18 พ.ย. 2568
ขณะเดียวกัน จะเริ่มอบรมตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.-19 ธ.ค. 2568 โดยร้านค้าสามารถเลือกอบรม 1 ใน 3 ได้ โดยมีเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติเพื่อที่จะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลดังนี้
1. เข้าร่วมเป็นร้านค้าบนฟู้ด ดีลิเวอรี ต้องเป็นร้านค้าที่ยังไม่เคยอยู่ในฐานข้อมูลของแพลตฟอร์ม ที่เลือกเข้าร่วม และเลือกแพลตฟอร์มฟู้ด เดลิเวอรี เช่น แกร็บ , ไลน์แมน, โรบินฮู้ด และช้อปปี้ ผ่านแอปฯ ถุงเงินโดยต้องมีคำสั่งซื้อที่ใช้สิทธิผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส อย่างน้อย 5 รายการ ภายในวันที่ 19 ธ.ค. 2568
2.อบรมออนไลน์ของธนาคารออมสิน โดยร้านค้าบุคคลธรรมดาจะต้องผ่านการเรียนให้ครบจำนวน 3 หลักสูตร และผู้ประกอบการร้านค้านิติบุคคลจะต้องผ่านการอบรมจำนวน 1 หลักสูตร ตลอดจนต้องทำแบบทดสอบก่อน และหลังเรียนแต่ละหลักสูตร
3.การอบรมออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ อบรมออนไลน์ผ่านระบบ DBD Academy (e-Learning) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทำแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน โดยได้คะแนนทดสอบผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดอย่างน้อย 1 วิชา
นายเอกนิติ กล่าวต่อไปว่า เรื่องการปรับแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญที่จะปรับลดการขาดดุลการคลังสู่ระดับมาตรฐาน โดยกำหนดให้ขาดดุลไม่เกิน 3% ของจีดีพี ภายในปีงบประมาณ 2572 จากปัจจุบันในปีงบประมาณ 2569 คาดว่าจะขาดดุลที่ 4.4%
นอกจากนี้ ยังได้ปรับแผนตามกรอบวินัยการคลัง ผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่
1. การจัดการที่ชัดเจน กำหนดแนวทางการจัดการด้านการคลังอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านรายได้ รายจ่าย หนี้สิน และทรัพย์สิน
2. ยกระดับความโปร่งใส (Fiscal Rule) ปรับปรุงและเพิ่มกฎเกณฑ์ทางการคลัง โดยจะมีการรายงานรายได้ที่สูญเสียไปจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างชัดเจนในอนาคต มาตรการนี้รวมถึงการรายงานสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่เกิดจากมาตรการของ BOI ด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนรับทราบ
3. กำกับมาตรการกึ่งการคลัง วางแนวทางในการกำกับดูแลการดำเนินงานมาตรการกึ่งการคลังภายใต้มาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการจัดการภาระการคลังที่ Rating Agency อาจมีความเห็นว่ามีการใช้ค่อนข้างมาก
“ตอนนี้กรอบการใช้มาตรา 28 ยังคงอยู่ที่ 32% แต่จะเข้มงวดในกระบวนการอนุมัติการใช้ โดยจะอ้างอิงระเบียบเดียวกับการพิจารณางบกลาง ตามระเบียบของสำนักงบประมาณ จากในอดีตที่ต่างคนต่างใช้” นายเอกนิติ กล่าว