ทีทีบี ลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มีผล 16 พ.ค.68

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

15 พฤษภาคม 2568

ทีทีบี ลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มีผล 16 พ.ค.68

วันนี้ (15 พ.ค.68) นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้ของทีทีบี จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปีนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งปัจจัยภายในและนอกประเทศ อาทิ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รายได้ไม่สัมพันธ์กับรายจ่าย ความกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศ

ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าโลกโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง และผลพวงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีทิศทางลดลง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับลดลง และส่งผลต่อลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่รายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ

ทีทีบี มีความห่วงใยลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่ม จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของลูกค้าและเพิ่มสภาพคล่อง ให้สามารถตั้งรับกับเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มปรับลดลง

โดยธนาคารจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงทุกประเภท ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย MOR ลดลง 0.15% ต่อปี ส่วนอัตราดอกเบี้ย MLR ลดลง 0.10% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ย MRR ลดลง 0.05% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.68 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ธนาคารพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ บัญชี ทีทีบี โนฟิกซ์ สูงสุด 0.40% ต่อปี ซึ่งเป็นบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ที่จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือนและถอนเมื่อไหร่ก็ได้ ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความกังวลเรื่องสภาพคล่อง มีผลวันที่ 1 มิ.ย.68

พร้อมกันนี้ ทีทีบีได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ลดภาระหนี้ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ ที่ช่วยลดดอกเบี้ยเหลือ 0% และลดค่างวดผ่อนตลอด 3 ปี โดยได้ขยายช่วงเวลาการลงทะเบียนไปสิ้นสุด 30 มิ.ย.68

ทีทีบีพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถจัดการภาระหนี้ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนผ่านโซลูชันรวบหนี้ โซลูชันโอนยอดหนี้ โครงการคุณสู้ เราช่วย และโปรแกรมผ่อนดีมีรางวัลควบคู่กับแนะนำการให้ความรู้ทางการเงิน

เพื่อการจัดการหนี้ที่สอดคล้องกับรายได้และความสามารถในการชำระคืน ภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ตามเป้าหมายของธนาคารที่มุ่งมั่นทำให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งวันนี้ และอนาคต