สมาคมภัตตาคารไทย ชงรัฐบาล ขยายงบ “คนละครึ่ง” เป็น 7.5 หมื่นล้าน
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
15 กันยายน 2568

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ เตรียมเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อขยายวงเงินโครงการคนละครึ่งเป็น 75,000 ล้านบาท จากเดิมที่รัฐบาลได้กันงบประมาณ ไว้ 25,000 ล้านบาท เพื่อให้การสนับสนุนครอบคลุมและตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยให้ร้านอาหารขนาดเล็กอยู่รอดได้ในระยะยาว
ทึ้งนี้สมาคมฯ ยังได้เตรียมเสนอให้รัฐบาลขยายสิทธิ์ครอบคลุมนิติบุคคลที่เป็นร้านอาหาร รวมถึงประชาชนทั่วไปตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป กลุ่มสูงวัย และกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้โครงการครอบคลุมผู้เสียภาษีทุกกลุ่มในปี 2564 โครงการคนละครึ่งออกแบบเพื่อช่วยร้านค้ารายเล็ก เช่น ร้านตลาดนัด ห้องแถว หรือสตรีทฟู้ด ที่สามารถสมัครผ่านแอปถุงเงินได้ แต่นิติบุคคลถูกตัดสิทธิ์ และอยู่ในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งสามารถนำไปใช้หักภาษีได้ ทำให้ร้านอาหารบางแห่งเสียโอกาสในการใช้สิทธิ์กระตุ้นยอดขาย
“สมาคมฯ เห็นว่าไม่เป็นธรรมเพราะนิติบุคคลต้องรับภาระ ค่าเช่า ค่าแรง ประกันสังคม และภาษีต่าง ๆ หากถูกกันออกไปก็ไม่สอดคล้องกับภาระที่แบกรับ ทั้งนี้ข้อเรียกร้องรอบใหม่นี้ ยังเสนอให้คนไทยทุกคนที่สมัครเข้าร่วมโครงการสามารถใช้สิทธิ์ได้ โดยไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมเสนอต่อรัฐบาลใหม่ให้เพิ่มวงเงินการใช้สิทธิ์ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเป็น 200 บาทต่อวัน จากเดิมที่กำหนดการใช้จ่ายอยู่ที่ 150 บาทต่อวัน ซึ่งเหมาะสมต่อการใช้จ่ายของประชาชน และขอเพิ่มวงเงินรวมต่อเดือนเป็น 3,000 บาท” นางฐนิวรรณ กล่าว
ขณะเดียวกันสมาคมภัตตาคารไทยยังได้ให้ นิติบุคคล ที่เป็นร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ เนื่องจากในครั้งก่อนนั้นนิติบุคคลถูกตัดสิทธิ์จากโครงการคนละครึ่งและถูกแยกไปอยู่ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันซึ่งไม่เหมาะสมสำหรับร้านอาหารที่ต้องการช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในร้าน ในการนี้ สมาคมได้เสนอให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้นิติบุคคลที่เป็นร้านอาหารเข้าร่วมโครงการเพื่อให้โครงการนี้สามารถครอบคลุมร้านอาหารทุกรูปแบบที่มีการจดทะเบียนและเสียภาษี