“พรรคเศรษฐกิจ” ทุบทุนเทา ทวงคืน “วีซ่าออนอไรวาล”
ต้นกุมภาฯ อีจัน
27 มกราคม 2569

ดึงนักเที่ยวคุณภาพเข้าไทย
วันนี้ (27 ม.ค.69) นายคริส โปตระนันทน์ กล่าวในงานดีเบต : กู้ท่องเที่ยวไทย ฝ่าวิกฤตรอบด้าน จัดโดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ร่วมกับเพจอีจัน
นายคริส กล่าวถึงจุดยืนและนโยบายที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของ “พรรคเศรษฐกิจ” ว่า หลายพรรควันนี้สับสนบทบาทของรัฐ สิ่งที่ประเทศไทยมีคือทะเลที่สวยงาม มีคนที่ยิ้มแย้ม มีอาหารที่อร่อย นักท่องเที่ยวอยากมาประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ตอนนี้สิ่งที่เป็นปัญหาคือรัฐบาลไทยไม่สามารถปราบมาเฟีย ไม่สามารถปราบจีนเทา ไม่สามารถใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองกับปิดกั้นคนเลวเข้ามาได้
ซึ่งไทยต้องการนักท่องเที่ยวที่ดีเข้ามาในประเทศไทย แต่นักท่องเที่ยวที่เป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ เข้ามาใช้เงิน เข้ามาพักในโรงแรม ทำให้เศรษฐกิจโต
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ประเทศไทยได้เปลี่ยนนโยบายท่องเที่ยวเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ในรัฐบาลเศรษฐาฯ ได้เปลี่ยนจากสิ่งที่เรียกว่าวีซ่าออนอไรวาล (Visa on Arrival – VOA) มาเป็นนโยบายฟรีวีซ่า (Free Visa) แปลว่าใครจะมาก็มาได้ โจรก็มา อาชญากรก็มา จีนเทาก็มา มาเฟียรัสเซียก็มา แบบนี้ทำให้ไทยไม่มีนักท่องเที่ยวดีๆ คนไหนอยากมาประเทศไทย
“วันนี้พรรคเศรษฐกิจเสนอแผนยกเลิกฟรีวีซ่าและเปลี่ยนกลับมาใช้วีซ่าออนอไรวาล ให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะมีสิทธิ์ตรวจสอบนักท่องเที่ยวได้ เช็กว่ามีตั๋วกลับหรือไม่ หรือมีเงินพอใช้ที่นี่ไหม และมีประวัติอาชญากรรมไหม ถ้าไม่เริ่มทำอย่างนี้ อีกหน่อยประเทศไทยจากสวรรค์บนดินจะเปลี่ยนเป็นถังขยะของโลก”
สำหรับประเด็นการหารือเรื่องการรับ–ส่งนักท่องเที่ยวทางอากาศ ท่ามกลางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่รุนแรง และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ซึ่งอาจทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้นราว 12–15% ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงมากกว่า 12%
จึงเกิดคำถามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการใดในการทบทวนหรือบรรเทาผลกระทบจากการขึ้น PSC เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวไทย และสนับสนุนให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยบรรลุเป้าหมายนักท่องเที่ยว 36.7 ล้านคนตามที่ตั้งไว้
นายคริส กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาการบริหารจัดการของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (AOT) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐถือหุ้นมากกว่าครึ่งหนึ่ง แต่มีรูปแบบการบริหารแบบบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มุ่งเน้นการสร้างกำไรสูงสุด ส่งผลต่อผู้เช่าพื้นที่ สายการบิน และผู้ประกอบการที่ใช้สนามบิน
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการใช้มาตรฐานที่ไม่เท่าเทียมกัน บางกลุ่มได้รับความผ่อนปรน ขณะที่สายการบินและนักท่องเที่ยวต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ค่าธรรมเนียมที่สนามบินเรียกเก็บถูกผลักภาระไปยังสายการบิน และสุดท้ายตกอยู่กับผู้โดยสาร
สิ่งที่ควรทบทวนคือบทบาทและหน้าที่ของ AOT ว่าควรมุ่งสู่การทำกำไรสูงสุด หรือควรมุ่งสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศ เพราะรัฐวิสาหกิจควรทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก หากพรรคเศรษฐกิจได้เข้ามาบริหาร จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจกลับมาทำหน้าที่เพื่อคนไทยอย่างแท้จริง โดยมีแนวคิดว่าประเทศที่มั่งคั่ง ไม่ใช่รัฐที่ร่ำรวย แต่คือประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคเอกชนที่มีความเข้มแข็ง
นายคริส กล่าวว่า แนวทางแก้ไขปัญหานี้คือไม่ควรยึดติดกับการทำให้องค์กรของรัฐร่ำรวย หากรัฐบาลร่ำรวยแต่ประชาชนยากจน ย่อมไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการเปิดใบอนุญาตให้มีสนามบินรายที่ 2 เพื่อสร้างการแข่งขันกับ AOT ประเทศไทยไม่ได้มี AOT เป็นผู้ถือครองสนามบินเพียงรายเดียว หากเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาแข่งขัน จะช่วยลดการผูกขาดและเพิ่มประสิทธิภาพ
ประเด็นนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะประเทศต้องการให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทาง ต้องการให้นักท่องเที่ยวต่างชาติบินเข้ามา แต่การปรับขึ้นค่าใช้จ่ายในหลายด้านกลับเป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภค และมุ่งเน้นการหารายได้เป็นหลัก
“อย่าลืมว่าประชาชนกว่า 20% ของประเทศอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรง ช่วงท้ายนี้เชื่อว่าหลายพรรคการเมืองที่เข้ามามีบทบาทควรให้ความสำคัญกับประเด็นนี้อย่างจริงจัง”