วันนี้ (31 ก.ค.68) น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2/2568 ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น มองภาพการท่องเที่ยวชะลอตัวลงมากขึ้นจากสถานการณ์ในปัจจุบันต้องดูว่าจะยืดเยื้อขนาดไหนเพราะเป็นผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ในแง่ที่จะมองว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เท่าเดิมหรือไม่นั้น ขณะนี้ ธปท. ยังอยู่ระหว่างการประเมินผลภายใน และจะมีการเผยแพร่ต่อไป
แต่ล่าสุด หากอ้างอิงผลจากการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยจาก 1.8% เป็น 2.0% สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับประมาณการจาก 2.1% เป็น 2.2% ซึ่งจะเห็นตัวเลขเริ่มปรับเปลี่ยนให้อยู่ระดับใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการประเมินจะเป็นหน่วยงานใดคงต้องรอดูการพัฒนาของเศรษฐกิจระยะต่อไป เพราะช่วงนี้ความไม่แน่นอนมีค่อนข้างสูง หลายๆ ประเด็นก็ถูกมองเป็นความเสี่ยง แต่ถ้าความเสี่ยงใดลดลงและมีความชัดเจนมากขึ้นอาจมีการปรับประมาณการณ์
ทั้งนี้ ณ วันที่คาดการณ์เศรษฐกิจในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 25 มิ.ย.68 คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะขยายตัวได้ที่ 2.3% หากพิจารณาจะขยายตัวในช่วงครึ่งปีแรกไม่น่าจะมีปัญหาและไม่ผิดไปจากคาดไว้ แต่ที่เหลือจะเป็นมุมมองความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่จะมีความชัดเจนขึ้น
น.ส.ชญาวดีกล่าวว่า การประเมินภาพเศรษฐกิจ เมื่อมองไปข้างหน้า ยังไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จึงมีการตั้งข้อสมมุติขึ้นมา ซึ่งกรณีอัตราภาษีสหรัฐฯ เรียกเก็บไทยจากเดิมที่ 36% แต่กรณีที่ ธปท. สภาพัฒน์ฯ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มองฐานภาษีกรณีอัตราอยู่ที่ 18%
อย่างไรก็ตาม ต้องเรียนว่าทางทีมเจรจาทำงานเต็มที่และทำอย่างดีที่สุด เพื่อที่จะให้ไทยได้ตัวเลขที่ดีที่สุด ส่วนของ ธปท. ตัวเลขที่ออกมาจะใกล้เคียงกับหลายประเทศที่ได้บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ไปแล้ว
“หากจะพิจารณาถึงความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ต้องดูว่าอัตราภาษีออกมาเท่าไหร่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ การปรับตัวทางธุรกิจเป็นอย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับความรุนแรงในระหว่างที่ปรับตัวจะเป็นอย่างไร”น.ส.ชญาวดีกล่าว
น.ส.ชญาวดีกล่าวว่า สำหรับภาพการส่งออกต้องดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย ซึ่งเห็นเทรนด์ในเดือนมิ.ย. เริ่มชะลอตัวลง และมองระยะยาวไตรมาสที่ 3 และ 4 ปี 2568 รวมถึงในปี 2569 การส่งออกคงได้รับผลกระทบแน่นอน ซึ่งความเสี่ยงจากการประทะระหว่างไทย-กัมพูชาจะเข้ามาเป็นปัจจัยเพิ่มเติม ขณะนี้ขึ้นอยู่ระยะเวลาและความยาวนานของสถานการณ์ที่ยังคงมีอยู่
เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะในพื้นที่ที่มีความรุนแรง แต่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมของเศรษฐกิจด้วย โดยภาพรวมจะมีผลข้างเคียงจากการเกิดความรุนแรง กระทบต่อความเชื่อมั่น ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมจะตามมาแน่นอน
“การประชุม กนง. ในเดือนส.ค.นี้จะนำความเสี่ยงทั้งหมดประเมินเศรษฐกิจ แต่อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังคงรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตอนนี้ได้ระดับหนึ่ง หากต้องมีมาตรการรองรับ คงจะเป็นมาตรการอื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ใช่แค่เครื่องมือดอกเบี้ยเท่านั้น”น.ส.ชญาวดีกล่าว
ทั้งนี้ ความเป็นไปได้จะเกิดเศรษฐกิจถดถอย ยอมรับว่าในระยะถัดไปเศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่มองว่ายังไม่ถึงขั้นตกลงเหว โดยไตรมาส 1 ขยายตัว 3.1% ส่วนไตรมาส 2 ก็ยังไม่ต่างจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ปัจจัยด้านเสี่ยงยังคงมีอยู่ และระหว่างนี้หากมีปัจจัยเพิ่มเติมต้องมาพิจารณาต่อเนื่อง
