วันนี้ (13 พ.ย.68) บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เผยราคาทองคำยังคงได้แรงหนุนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รวมทั้งความหวังที่ว่าหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนธ.ค. โดยขณะนี้นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้
ทั้งนี้ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 65.0 เหรียญ หรือ 1.57% ที่ระดับ 4,195.0 เหรียญ
ด้านราคาซิลเวอร์ก็ปรับพุ่ง 4.6% แตะ 53.58 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากความกังวลเรื่องปริมาณอุปทานต่ำ และมีแรงซื้อหนุนจากทองคำด้วย
กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.28 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,046.64 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 6.29 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 173.26 ตัน
โดยภาพรวมตลาดทองคำยังคงได้แรงหนุนจากความคาดหวัง สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะลงมติงบประมาณชั่วคราวในช่วงเช้าวันนี้ หากผ่านจะยุติภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยาวนานที่สุด 43 วัน
ด้านธนาคาร ANZ ระบุในรายงานว่า ราคาทองคำได้ทะลุผ่านแนวต้านที่ระดับ 4,050 ดอลลาร์/ออนซ์ ทำให้มีแนวต้านถัดไปที่ระดับ 4,160-4,170 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งหากราคาทองทะลุผ่านช่วงนี้ได้ ก็จะมีโอกาสพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,381 ดอลลาร์/ออนซ์
