“เอกนิติ” ลุยหาเสียงตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง ชูตั้งกองทุนหนุนเกมไทย

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

29 มกราคม 2569

“เอกนิติ” ลุยหาเสียงตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง ชูตั้งกองทุนหนุนเกมไทย

วันที่ 29 ม.ค. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำของพรรค นางสาวศุภมาส อิศรภักดี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียง กทม. รวมถึง นายอนุชา บูรพชัยศรี นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นางสาวพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงช่วย นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตพญาไท-ดินแดง โดยเป็นการมาล้อมวงพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ร้านมิตร อารีย์ 

นายเอกนิติ กล่าวว่า หลังการเข้ามาบริหารประเทศภายใต้การนำของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยในช่วง 3 เดือนช่วยให้เศรษฐกิจไม่ติดหล่มจากเดิมคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีไตรมาสที่ 4 ปี 2568 จะอยู่ในระดับ 0.3% สู่ 1.8% และเฉลี่ยทั้งปีจีดีพีของไทยคาดว่าจะอยู่ที่ 2.2%

“การเข้ามาบริหารประเทศของพรรคภูมิใจไทยในช่วงเวลา 3 เดือน ช่วยให้เศรษฐกิจไทยไม่ติดหล่มแน่นอน เมื่อพ้นจากหล่มแล้วเราจะต้องติดอาวุธด้านทักษะ ความเก่ง และโอกาส จึงมีนโยบายไทยแลนด์พลัส เทรนด์พลัส เมดอินไทยแลนด์เอสเอ็มอีพลัส ทำให้โอกาสคนไทยทุกอาชีพ ทุกระดับมีโอกาสมากขึ้น” นายเอกนิติ  กล่าว

นายเอกนิติ ยังกล่าวว่า เชื่อศักยภาพของคนไทยว่าเก่งมาก ทั้งการดีไซน์ออกแบบ ไม่แพ้ใครในโลก จึงต้องตั้งกองทุนส่งเสริมให้เกมไทยเติบโตได้ เพราะใช้งบประมาณตรงๆ ไม่ได้ นอกจากส่งเสริมเรื่องเกม อีกมุมหนึ่งคือวัฒนธรรม ที่สามารถสร้างสรรค์เชิงท่องเที่ยวไปใส่ในเกม จึงเห็นด้วยในการตั้งกองทุนมาช่วยสร้างอุตสาหกรรมทั้งระบบ ต้องส่งเสริมและพัฒนาทักษะให้เด็กไทยที่ชอบเล่นเกมอยู่แล้ว นอกจากนี้จากการได้เข้าไปคุยกับนักลงทุนที่จะมาลงทุนในไทยว่าติดปัญหาตรงไหน อย่างหนึ่งคือการมีระบบหลายขั้นตอน ซึ่งก็จะไปปลดล็อกให้ โดยจะเริ่มทำคือศูนย์ดูแลนักลงทุน มีระบบดิจิทัลดูแลอย่างฟาสพาร์ท และการแก้กฎหมายที่เป็นภาระซ้ำซ้อนในระยะยาว

ต่อมาในช่วงเที่ยงได้เดินทางหาเสียงบริเวณตลาดหลังกระทรวงการคลังพบปะพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของช่วงพักกลางวันในตลาดนัดกระทรวงการคลัง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูป พร้อมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีเสียงเรียกร้องให้ทำโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ต่อ เพราะจากครั้งแรกช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ทำให้ตลาดคึกคัก