ไทยอาศัยช่วงชุลมุน! “นักลงทุน” หนีสงคราม ตั้งฐานธุรกิจใน “ไทย”
ต้นกุมภาฯ อีจัน
3 เมษายน 2569

วันนี้ (3 เม.ย.69) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า รัฐบาลที่กำลังเข้ามาบริหารประเทศในขณะนี้ กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ นั่นคือการพาประเทศไทยให้รอดพ้นจากวิกฤตรอบด้าน ซึ่งไม่ได้มีเพียงวิกฤตเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบย้อนกลับมายังเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือสงครามการค้าที่ยังไม่จบง่าย และอาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง ไทยจึงต้องวางจุดยืนให้ชัดเจน โดยเฉพาะการเจรจาการค้ากับประเทศมหาอำนาจ ควรรักษาข้อตกลงเดิมให้มั่นคง เพื่อลดความไม่แน่นอน ขณะเดียวกันสินค้าจากจีนอาจไหลเข้าสู่ไทยมากขึ้น หลังถูกจำกัดในตลาดสหรัฐฯ
ด้านสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เริ่มมีสัญญาณคลี่คลาย ซึ่งส่งผลบวกต่อตลาดโลก ทั้งราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ตลาดหุ้นที่ฟื้นตัว และความเชื่อมั่นที่กลับมา อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ และอาจเกิดความขัดแย้งใหม่ในภูมิภาคอื่น เช่น ไต้หวัน หรือประเด็นภูมิรัฐศาสตร์อื่น ๆ
“ไทยควรยืนตามข้อตกลงเดิมที่เคยเจรจาไว้ ไม่จำเป็นต้องขอเพิ่มหรือปฏิเสธ เพื่อให้ทุกอย่างจบในจุดที่ชัดเจน ลดความไม่แน่นอนในอนาคต”

สำหรับประเทศไทย จำเป็นต้องเร่งสร้างเกราะป้องกันให้เศรษฐกิจ โดยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป และเสริมความแข็งแกร่งจากภายในประเทศ ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การดูแลอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินบาท และการส่งเสริมภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว รวมถึงยกระดับความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส สนับสนุนให้ดำเนินการเนื่องจากเป็นการกระตุ้นให้กำลังซื้อของประชาชนกลับมาในช่วงที่เกิดวิกฤตราคาน้ำมันแพงขึ้นก็เข้ามาช่วยเป็นอีกแรงหนึ่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยยังคงเดินหน้าต่อ
ในอีกมุมหนึ่ง วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นโอกาส เพราะนักลงทุนและแรงงานทักษะสูงจากหลายภูมิภาคกำลังมองหาพื้นที่ที่ปลอดภัยและมีศักยภาพ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่น่าสนใจ หากบริหารนโยบายได้เหมาะสม ก็มีโอกาสดึงดูดการลงทุน (FDI) และทรัพยากรคุณภาพเข้าสู่ประเทศ
“ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก ไทยอาจกลายเป็นจุดหมายใหม่ของนักลงทุนและธุรกิจ หากบริหารนโยบายได้ถูกจังหวะ”
ภาคธุรกิจเองต้องปรับตัว โดยเพิ่มความระมัดระวัง กระจายความเสี่ยง และมองหาตลาดใหม่ ผู้ที่อยู่รอดคือผู้ที่ปรับตัวเร็ว มีข้อมูล และไม่ประมาท ขณะเดียวกันสถาบันการเงินต้องมีความแข็งแกร่ง เพื่อช่วยเหลือลูกค้าในช่วงวิกฤต
ในด้านพลังงาน ราคาน้ำมันยังคงผันผวนตามสถานการณ์โลก การบริหารกองทุนน้ำมันและโครงสร้างราคาจึงต้องสมดุล เพื่อไม่ให้เกิดภาระต่อประชาชนมากเกินไป และต้องระวังปัญหาน้ำมันไหลออกนอกประเทศหากราคาภายในถูกกว่ามาก
“ถ้าราคาน้ำมันในประเทศถูกเกินไป อาจเกิดปัญหาน้ำมันไหลออกนอกประเทศ แต่ถ้าแพงเกินไป ก็จะกระทบประชาชน จึงต้องบริหารอย่างรอบคอบ”
สุดท้าย ไทยควรวางตัวเป็นกลางในเวทีโลก หลีกเลี่ยงการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง เพื่อรักษาความปลอดภัยและเสถียรภาพของประเทศ แม้โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนสูง แต่หากไทยวางกลยุทธ์ได้ถูกต้อง วิกฤตครั้งนี้ก็อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับประเทศในระยะยาว
“บทเรียนจากหลายประเทศชี้ชัดว่า การไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ในทุกวิกฤตมีโอกาส ขึ้นอยู่กับว่าเราจะคว้าไว้ได้หรือไม่“