จีนคว้าโอกาส! จับเทรนด์ตลาด “มัตจะ” เริ่งผลิต 5,00 ตัน ส่งญี่ปุ่น

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

16 กันยายน 2568

จีนคว้าโอกาส! จับเทรนด์ตลาด “มัตจะ” เริ่งผลิต 5,00 ตัน ส่งญี่ปุ่น

วันนี้ (16 ก.ย.68) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) เปิดเผยว่า “มัตจะจากจีน” อาจเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดโลก หลังความต้องการทั่วโลกเพิ่มสูง

มัตจะมีต้นกำเนิดมาจากจีน ได้รับการพัฒนาและผสมผสานวัฒนธรรมในญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมทั่วโลกจากกระแสในโซเชียล

ขณะที่ปริมาณการผลิตมัทฉะในญี่ปุ่นไม่เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายแบรนด์มัทฉะในญี่ปุ่นมีการจำกัดการซื้อ โดยกระบวนการผลิตมัตจะคุณภาพสูงมีความพิถีพิถันและต้องใช้เวลา โดยไม่สามารถเร่งการผลิตให้ได้เพียงพอความต้องการในระยะเวลาสั้น

ปัจจุบันมัตจะจากจีนพัฒนาและเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น ปี 2568 คาดผลิตได้มากกว่า 5,000 ตัน โดยครึ่งแรกของปี 2568 เริ่มส่งออกไปญี่ปุ่นแล้วราว 4 ตัน มีกำหนดส่งมอบอีก 6 ตัน ซึ่งคาดว่าในระยะต่อไปอาจจะมีการส่งออกไปเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณภาพของมัตจะจากจีนในมุมมองของผู้ดื่มยังต่างจากมัตจะจากญี่ปุ่น

สำหรับประเทศไทย มัตจะยังเป็นกระแสนิยม โดยร้านกาแฟและร้านอาหารต้องเผชิญแรงกดดัน 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ราคามัตจะที่สูงขึ้น คุณภาพของมัตจะที่หลากหลาย ภาวะขาดแคลนสินค้า และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากมัตจะนำเข้าจีน ซึ่งอาจมีราคาต่ำกว่ามัทฉะญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยอาจต้องปรับกลยุทธ์รับมือ ทั้งด้านต้นทุน การเลือกคุณภาพ และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อรักษาตลาดมัทฉะที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในประเทศ.