วันนี้ (10 ต.ค.68) บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เผยราคาทองคำตลาดโลกลดลงกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี หลุดจากระดับสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และแรงขายทำกำไร หลังมีรายงานว่าอิสราเอลและกลุ่มฮามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
ทองคำปิดตลาดเมื่อคืนลดลง 60.54 ดอลลาร์ หรือราว -1.5% มาที่ระดับ 3,976.24 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่เช้านี้ขยับเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3,982.93 ดอลลาร์
ด้านกองทุนทองคำขนาดใหญ่ SPDR Gold Trust ขายออกเพิ่มเติม 1.14 ตันเมื่อวันก่อนหน้า ปัจจุบันถือครองอยู่ที่ 1,013.44 ตัน โดยในเดือนตุลาคมซื้อสุทธิ 0.56 ตัน และนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ซื้อสุทธิรวม 140.92 ตัน
นักวิเคราะห์มองว่า การเทขายทองคำในรอบนี้เกิดจากแรงขายของนักเก็งกำไร หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสมีผลบังคับใช้ ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดและความไม่แน่นอนในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยระยะยาวยังคงหนุนราคาทองคำ จากการที่ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าเพิ่มการถือครองทองคำในทุนสำรอง เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาสินทรัพย์ดอลลาร์
การร่วงลงครั้งนี้ถือเป็นการปรับฐานครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินว่าเป็นเพียงการขายทำกำไรระยะสั้น และแนวโน้มขาขึ้นของทองคำในระยะกลางถึงยาวยังคงแข็งแกร่ง
รัฐบาลอิสราเอลให้การรับรองข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮามาส ซึ่งคาดว่าจะยุติการสู้รบในฉนวนกาซาภายใน 24 ชั่วโมง และปล่อยตัวประกันภายใน 72 ชั่วโมง ข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการข้อเสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานสองปี
