‘พีระพันธุ์’ กางเบื้องหลัง “ทีมนินจา” ดีลปิดคดีเหมืองทองอัครา เคลียร์ ‘คิงส์เกต’ ถอนคำร้องอนุญาโตฯ

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

21 กุมภาพันธ์ 2569

‘พีระพันธุ์’ กางเบื้องหลัง “ทีมนินจา” ดีลปิดคดีเหมืองทองอัครา เคลียร์ ‘คิงส์เกต’ ถอนคำร้องอนุญาโตฯ

วันนี้ (21 ก.พ. 69) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงเบื้องหลังการเจรจาคลี่คลายคดีเหมืองทองอัครา กรณีข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (Kingsgate Consolidated Limited) ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี ว่า จุดเริ่มต้นของปัญหาเกิดจากการที่บริษัทคิงส์เกตฯเข้าใจผิดว่าถูกรัฐบาลไทย “กลั่นแกล้ง” โดยการใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 จากรัฐบาล คสช. สั่งระงับการประกอบกิจการเหมืองทองคำ หลังมีกระแสคัดค้านจากภาคประชาชน ซึ่งความเป็นจริงแค่อำนาจปกติของอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ก็สามารถสั่งการได้อยู่แล้ว ซึ่งพอมาใช้ ม.44 จึงกลายเป็นประเด็นที่บริษัทเข้าใจผิด และนำไปสู่การเป็นข้อพิพาทชั้นอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ในช่วงที่เข้ามารับผิดชอบคดีนี้ ข้อเท็จจริงได้รับฟังไปครบแล้วและใกล้จะมีการชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์ ซึ่งเสี่ยงต่อการที่ประเทศไทยต้องชดใช้ค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาท ปกติจะมีทีมทางการที่มีท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการอยู่แล้ว แต่เนื่องจากต้องมีการเจรจาทำความเข้าใจในเชิงลึกนอกรอบ จึงได้มีการขออนุมัติจาก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ตั้งชุด “ทีมนินจา” ขึ้นมาโดยมีตนกับ ศ.อธึก อัศวานันท์, พล.ท.นิธิ จึงเจริญ (ตำแหน่งในขณะนั้น) และตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาเจรจากับผู้แทนบริษัทอัคราฯและบริษัทแม่ แจ้งข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลไม่ได้มีเจตนาแกล้ง แต่เป็นเพียงความเข้าใจผิดในขั้นตอนการใช้อำนาจทางการปกครอง ส่วนคดีอาญาของทางบริษัท รัฐบาลไม่สามารถเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราก็พยายามชี้ให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการทำธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาว

นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทคิงส์เกตฯ ที่ออสเตรเลียเชื่อมั่นและยอมรับแนวทางเดียวกันกับผู้บริหารในไทย ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันขอขยายเวลาคำชี้ขาดออกไปโดยไม่มีการคัดค้าน โดยต่อมาสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็ไม่ได้แต่งตั้งชุดเจรจาใหม่

แต่ “ทีมนินจา” ยังคงช่วยประสานงานต่อมา จนสุดท้ายผู้ถือหุ้นยอมรับเงื่อนไขตามที่ฝ่ายบริหารเสนอ โดยไม่ต้องพึ่งพิงคำชี้ขาดจากอนุญาโตตุลาการ