บางกอกแอร์เวย์ส จ่อขึ้นค่าตั๋ว 15-20% รับน้ำมันพุ่ง เริ่ม 1 เม.ย.นี้

ธรรมธรรม อีจัน

ธรรมธรรม อีจัน

27 มีนาคม 2569

บางกอกแอร์เวย์ส จ่อขึ้นค่าตั๋ว 15-20% รับน้ำมันพุ่ง เริ่ม 1 เม.ย.นี้

วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) เปิดเผยจากกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  ว่า บางกอกแอร์เวย์ส มีความจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นราคาค่าโดยสารในบางเส้นทาง บางเวลา โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ เบื้องต้นปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 15-20% หรืออาจสูงกว่านี้เล็กน้อย โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยมและเส้นทางที่มีต้นทุนสูง เช่น กรุงเทพฯ-สมุย ภูเก็ต และเชียงใหม่

ขณะเดียวกัน ในส่วนของเส้นทางระหว่างประเทศ บริษัทมีแผนปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) เพิ่มเติม โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เช่นเดียวกัน เบื้องต้นจะปรับขึ้นประมาณ 50-60 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อเที่ยว หรือคิดเป็นราว 1,600-1,900 บาทต่อคนต่อเที่ยว โดยครอบคลุมเส้นทางยอดนิยม อาทิ กรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ กรุงเทพฯ-ฮ่องกง และกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ การปรับขึ้นดังกล่าวเป็นไปตามต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก

“การปรับขึ้นราคาจะไม่ใช้รูปแบบปรับพร้อมกันทุกเส้นทาง แต่จะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละเส้นทาง เพื่อไม่ให้กระทบผู้โดยสารมากเกินไป”

ทั้งนี้ ต้นทุนของสายการบินได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าต้นทุนรวมอาจเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15-20% จากเดิมที่ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันคิดเป็นประมาณ 30% ของต้นทุนทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้บริหารความเสี่ยงด้วยการทำประกันราคาน้ำมันล่วงหน้า (Fuel Hedging) ประมาณ 30% ที่ระดับราคา 80-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งช่วยพยุงต้นทุนได้ในระยะหนึ่ง แม้ราคาน้ำมันโลกจะผันผวน

จะติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และแรงเก็งกำไรในตลาดโลก

“หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 2-3 เดือน หรือราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นรุนแรง อาจจำเป็นต้องทบทวนกลยุทธ์ด้านราคาและโครงสร้างต้นทุนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป”

ขณะที่ ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 26,067.2 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน 5,589.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 135.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.5% มีกำไรสุทธิ​3,580.3 ล้านบาท และมีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 3,549.2 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.69 บาท ให้บริการผู้โดยสารรวม 4.2 ล้านคน ลดลงร้อยละ 2.5 สอดคล้องกับภาวะการชะลอตัวของความต้องการในการเดินทางของผู้

โดยสารในบางประเทศ มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร ร้อยละ 76.1  มีสัดส่วนผู้โดยสารเส้นทางภายในประเทศคิดเป็นร้อยละ 88.7 ของผู้โดยสารทั้งหมด สัดส่วนผู้โดยสารเส้นทางระหว่างประเทศลดลงจากผลกระทบความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ 

โดยผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568  ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว บริษัทฯ ได้เพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ–สมุย กรุงเทพฯ–กระบี่ และกรุงเทพฯ–ตราด ผู้โดยสารในไตรมาส 4 มีจำนวน 1.0 ล้านคน ลดลงร้อยละ 3.1 อัตราขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ยร้อยละ 76.1 กำไรจากการดำเนินงาน 823.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 และกำไรสุทธิ 441.5 ล้านบาท

1. โครงการซื้อหุ้นคืน บริษัทฯ ซื้อหุ้นคืนจำนวน 25.7 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 1.23 ของหุ้นที่จำหน่ายแล้ว รวมมูลค่า 361.5 ล้านบาท

2. การโอนสิทธิบริหารสนามบินสมุย ในเดือนกรกฎาคม 2568 บริษัทฯ โอนสิทธิใบรับรองสนามบินสมุยให้แก่บริษัท กรุงเทพบริหารสนามบิน จำกัด (BAM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)

3. การทำสัญญาสั่งซื้อเครื่องบิน ATR 72-600 ในเดือนสิงหาคม 2568 บริษัทฯ ลงนามสั่งซื้อเครื่องบิน ATR 72-600 จำนวน 10–12 ลำ จาก AVIONS DE TRANSPORT REGIONAL G.I.E. ประเทศฝรั่งเศส โดยมีแผนในการรับมอบเครื่องบินตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 ถึงปี 2571

4. การลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทย่อย

-การเพิ่มเงินลงทุนในบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด ตามสัดส่วนที่บริษัทฯ ถือหุ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีเงินลงทุนรวมเป็น 6,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ ร้อยละ 40%

-การเพิ่มทุนในบริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟลท์เซอร์วิส จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมตัวเข้าประมูลโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่งผลให้บริษัทฯมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้นจำนวน 800 ล้านบาท

-การเพิ่มทุนในบริษัท ดับบลิวเอฟเอสพีจีคาร์โก้ จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมตัวเข้าประมูลโครงการให้บริการคลังสินค้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่งผลให้บริษัทฯมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้นจำนวน 450 ล้านบาท

-การเพิ่มทุนบริษัท ครัวการบินกรุงเทพ จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าประมูลธุรกิจอาหารขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่งผลให้บริษัทฯมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้นจำนวน 1,650 ล้านบาท