ทอง 75,000 ใกล้ฉัน! “YLG” ชี้ปี 2569 พุ่งแน่ รับเศรษฐกิจ-สงคราม “ป่วน”

ทอง 75,000 ใกล้ฉัน! “YLG” ชี้ปี 2569 ราคาทองพุ่งอีกแน่ รับปัจจัยเศรษฐกิจผันผวน “สงคราม” ป่วนไม่เลิก “ธนาคารกลางทั่วโลก” แห่ตุนทองรับความเสี่ยง

วันนี้ (4 ธ.ค.68) นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ล่าสุดการรายการการเข้าซื้อทองคำในเดือนต.ค. ของธนาคารกลางที่ยังคงแข็งแกร่งมียอดรวม 53 ตัน เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการทองคำของธนาคารกลางในปี 2568 มีความแข็งแกร่งตลอดทั้งปี แม้ยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่มกราคมถึงตุลาคม จะเป็นอัตราที่ช้าลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากราคาทองคำที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม คาดว่าเทรนด์การซื้อทองคำของธนาคารกลางจะยังคงอยู่ในทิศทางการเข้าซื้อต่อไป โดยล่าสุดพบว่าธนาคารกลางแห่งชาติโปแลนด์ ได้กลับมาเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากหยุดการซื้อไปตั้งแต่เดือนพ.ค. ขณะที่ธนาคารกลางบราซิล ซื้อทองคำเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยเพิ่ม 16 ตันในเดือน ต.ค. หลังจากเข้าซื้อ 15 ตันในเดือน ก.ย.

นอกจากนี้ ธนาคารกลางอุซเบกิสถาน ซื้อเพิ่ม 9 ตัน ธนาคารแห่งอินโดนีเซีย ซื้อเพิ่ม 4 ตัน ธนาคารกลางตุรกี ซื้อเพิ่ม 3 ตัน ธนาคารแห่งชาติเช็กซื้อเพิ่ม 2 ตัน ธนาคารแห่งชาติสาธารณรัฐคีร์กีซซื้อเพิ่ม 1 ตัน ธนาคารแห่งกานาซื้อเพิ่ม1 ตัน ธนาคารประชาชนจีนซื้อเพิ่ม 1 ตัน ธนาคารแห่งชาติคาซัคสถานซื้อเพิ่ม 1 ตัน และธนาคารกลางฟิลิปปินส์ซื้อเพิ่ม 1 ตัน

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากราคาทองคำตั้งแต่ต้นปีที่เปิดตลาดในเดือน ม.ค. ที่ ประมาณ 2,624 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ จนกระทั่งเมื่อเดือน ต.ค. ราคาพุ่งขึ้นไปสูงกว่า 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ถือว่าราคาพุ่งตัวขึ้นไปอย่างมากแต่ธนาคารยังคงเข้าซื้อทองคำเพิ่ม แสดงว่านโยบายของธนาคารกลางต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ

และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกมากกว่าเรื่องราคา โดยเฉพาะการกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ (Diversification & De-Dollarization) การป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการรับมือกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ

ดังนั้น วายแอลจีประเมินว่าในปี 2569 ธนาคารกลางทั่วโลกจะยังคงเดินหน้านโยบายการซื้อทองคำต่อไป และจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงในช่วงนี้จะเป็น 2 ปัจจัยหลักสำคัญที่ผลักดันราคาทองคำให้ทรงตัวอยู่ในระดับสูง

โดยวายแอลจีให้เป้าหมายราคาทองคำปี 2569 ที่ 4,900-4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หรือหากคิดเป็นราคาทองคำในประเทศโดยคำนวณจากค่าเงินบาทที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีเป้าหมายที่ 75,000 – 68,000 บาทต่อบาททองคำ

“อย่างไรก็ดีราคาทองคำจะมียังหวะที่ถูกเทขายทำกำไรเป็นระยะ นักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อสามารถรอจังหวะเข้าซื้อได้ หากราคาทองคำย่อตัวลงที่ระดับ 4,074 – 3,991 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์”