วันแม่ เงินสะพัด 1.1 หมื่นล้าน คนไม่กล้าใช้จ่าย ห่วงเศรษฐกิจซึม

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

5 สิงหาคม 2568

วันแม่ เงินสะพัด 1.1 หมื่นล้าน คนไม่กล้าใช้จ่าย ห่วงเศรษฐกิจซึม

วันนี้ (5 ส.ค.68) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจ พฤติกรรมการใช้จ่าย ของประชาชนในช่วงวันแม่ ปี 2568 จาก 1,422 ตัวอย่างทั่วประเทศ โดยคาดว่าปริมาณเงินสะพัดในช่วงวันแม่อยู่ที่ 11,062 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.9%

อย่างไรก็ดี จากการติดตามยังพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความกังวลในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน 59.1% ดังนั้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 5 เดือนติดยังซึมตัวต่อเนื่อง เพราะประชาชนยังกังวลเรื่องการเมือง ซึ่งสูงถึง 40% และผลสำรวจยังพบว่าเศรษฐกิจของไทยในปีนี้แย่ลงมาก เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังวางแผนทำกิจกรรมต่างๆ เนื่องจากวันแม่ปีนี้เป็นวันหยุดยาวติดต่อกัน 4 วัน ส่วนใหญ่จะพาแม่ไปทานข้าว ทำบุญ ทำกิจกรรมอื่นนอกบ้าน และพาไปเที่ยวต่างจังหวัด ทั้งแบบค้างคืน และไม่ค้างคืน ซึ่งจะใช้เงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การวางแผนพาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ ลดลงจากปีก่อนประมาณ 20% เฉลี่ย 12,000 บาท จากปีก่อนใช้เงินเฉลี่ย 15,000 บาท ส่งผลให้วันแม่ปีนี้คาดว่า จะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 11,062 ล้านบาท ขยายตัว 1.9%

ทั้งนี้ มาตรการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ผู้ใช้สิทธิไม่มากนัก และในช่วงวันแม่ก็มองว่าการเข้าไปใช้สิทธิอาจจะไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ จากการสุ่มตอบคำถามกลุ่มตัวอย่างคนที่ลงทะเบียนแล้ว มีการใช้สิทธิ์เพียง 46.4% ยังไม่ใช้สิทธิ์ 53.6% และคาดว่าจะใช้สิทธิ์เร็วๆ นี้ 3.6% ยังไม่แน่ใจ 96.4%

โดยปีนี้เห็นหลายสัญญาณที่คนยังระมัดระวังการใช้จ่าย แม้วันแม่ตรงกับวันหยุดยาว และยังตรงกับโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง แต่กลุ่มตัวอย่างจำนวนมากไม่วางแผนไปทำกิจกรรมกับแม่ และเงินใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมถึงหลายกิจกรรมใช้เงินลดลง โดยเฉพาะไปเที่ยวต่างประเทศ สะท้อนบรรยากาศเศรษฐกิจซึมตัว เนื่องจากจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท มาตรการเที่ยวไทยคนละครึ่ง รวมถึงมาตรการทางการเงินจากการลดดอกเบี้ย ยังไม่ทำงาน

อีกทั้ง ยังมีความเสี่ยงทางการเมือง สงครามทางการค้า และการบริหารจัดการค้าชายแดน สอดคล้องกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ชะลอตัว 5 เดือนต่อเนื่อง ดังนั้น การฟื้นเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้ จะขึ้นอยู่กับ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การพิจารณางบประมาณปี 2569 เป็นหลัก ส่วนปัจจัยสงครามทางการค้า ขณะนี้ ชัดเจนแล้ว ไทย โดนภาษีนำเข้าต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) ในอัตรา 19% น่าจะคลายตัวมากขึ้น