ธุรกิจ ชี้การเมืองสั่น งบฯ จอด-ถกสหรัฐฯ สะดุด เศรษฐกิจไปต่อยาก
ต้นกุมภาฯ อีจัน
20 มิถุนายน 2568

จากกรณี สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปล่อยคลิปเสียงบทสนทนากับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย ส่งผลให้พรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงถอนตัวจากฝ่ายค้าน รวมถึงพรรคฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาฯ หรือ ให้ น.ส.แพทองธารฯ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
วันนี้ (19 มิ.ย.68) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนมีความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองไทยที่ไม่มีความชัดเจน อีกทั้งประเทศไทยอยู่ท่ามกลางสงครามทางการค้ายังไม่มีจุดจบ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น
จากปัจจัยเหล่านี้ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงมาก และทำให้ความเชื่อมั่นลดลง และยอมรับว่าเสถียรภาพทางการเมือง เป็นปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจมากกว่าปัจจัยภายนอกประเทศ ภาคเอกชนจึงเสนอทางออกทางการเมือง หากเป็นไปได้อยากให้สถานการณ์ทุกอย่างจบโดยเร็วที่สุด

มุมมอง 2 กรณีต่อเหตุการณ์ทางการเมือง ดังนี้
1.กรณียุบสภาฯ อย่างน้อยต้องมีรัฐบาลรักษาการ คล้ายการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังดำเนินงานต่อไป เพื่อรอการเลือกตั้ง ซึ่งรัฐบาลรักษาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อเนื่องได้ 2-3 เดือน
2.กรณีนายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง ตามหลักการคือ ครม. ต้องออกด้วยทั้งคณะ ส่งผลให้การพิจารณาใช้งบประมาณล่าช่าออก รวมถึงการเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งกรอบระยะเวลา 90 วัน และจะสิ้นสุดวันที่ 9 ก.ค.นี้ ถ้าเจรจาไม่ทันภาษีไทยที่ถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บสูงถึง 36-37% ประเด็นนี้เป็นปัญหาใหญ่ ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก

นายพจน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางการเมืองต้องการให้เกิดความชัดเจนโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจเสียหาย และหากไม่จบเร็วมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวายขึ้น
นอกจากนี้ สถานการณ์การส่งออกสินค้าชายแดน ขณะนี้ยังไม่มีการประเมินตัวเลขที่ชัดเจน แต่จะการสอบถามหอการค้าแนวชายแดน พบว่ายังสามารถส่งสินค้าได้ แต่ได้รับความสะดวกน้อยลง เนื่องจากมีเวลาเปิด-ปิดด่าน ที่สำคัญไทยยังมีประเทศคู่ค้าที่ดีที่จะส่งออกสินค้าไทย
“อะไรก็ตามในภาคการเมือง คงต้องรีบจบโดยเร็ว และให้ความชัดเจนว่าจะออกมาในรูปไหน ซึ่งเป็นที่ยอมรับของสังคมประเทศไทยเรา และสังคมของโลก การเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปเราไม่สามารถอยู่ในท่ามกลางบรรยากาศว่าไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและไม่ชัดเจน”นายพจน์กล่าว