สมาคมแบงก์ ยังไม่เห็นร่าง พ.ร.ก.ไซเบอร์ บีบแบงก์รับผิดชอบเหยื่อมิจฯ

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

8 มกราคม 2568

สมาคมแบงก์ ยังไม่เห็นร่าง พ.ร.ก.ไซเบอร์ บีบแบงก์รับผิดชอบเหยื่อมิจฯ

ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือ พ.ร.ก.ไซเบอร์ เบื้องต้นคาดว่า พ.ร.ก.จะมีผลบังคับใช้ภายในเดือน ม.ค. 2568

สำหรับสาระสำคัญคือการออกกฎหมาย เพื่อให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบหากประชาชนถูกมิจฉาชีพออนไลน์หลอกเงินจากบัญชี


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


วันนี้ (8 ม.ค.68) นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของสมาคมเรื่องความชัดเจนของร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าว สมาคมยังไม่เห็นรายละเอียด

ดังนั้น ต้องถามว่ามาตรการที่ออกมาจะครอบคลุมและดูในแต่ละภาคส่วน และหน่วยงานภายใต้การกำกับที่เกี่ยวข้องได้ครบองค์ประกอบแบบทุกมิติอย่างไร

“เพราะต้นน้ำก็มีตั้งแต่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ กลางน้ำคือระบบธนาคาร และปลายน้ำคือระบบคริปโตเคอร์เรนซี ต้องดูให้ครบทุกมิติ”นายผยงกล่าว

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย

ขณะเดียวกัน จากตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งรายละเอียดมีหลายอย่าง โมเดลของประเทศนั้นจะดูดีกรีเรื่องกลไกของกฎหมายที่สามารถบังคับใช้ได้

“ซึ่งประเด็นนี้ต้องเทียบเคียงทุกมิติ เพราะถ้าไม่ครอบคลุมทุกมิติจะทำให้มีช่องที่อาชญากรได้ใจ”นายผยงกล่าว

นายผยงกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ระบบธนาคารเป็นระบบตรงกลาง ซึ่งวันนี้ได้บูรณาการระบบไปมาก เบื้องต้นจะประมวลตัวเลขอีกครั้งว่าสิ่งที่ได้ทำไปแล้วมันเห็นผลได้ขนาดไหน

โดยจะมีเรื่องที่ช่วยได้ตั้งแต่ต้นน้ำ และสิ่งที่ช่วยได้จากปลายน้ำ ตรงนี้จะเป็นสิ่งที่เร่งให้เกิดได้อย่างไร และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ จะป้องกันได้แบบไหน

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่พัฒนาระบบธนาคารพาณิชย์ที่จะช่วยได้ทั้งสิ้น และเป็นเรื่องที่ต้องระวัง

“เพราะในเวลาที่มิจฉาชีพใช้เวลาการหลอกหลวงผู้ใช้บริการ เพื่อหลอกให้โอนเงิน มันมีหลายขั้นตอนมาก จึงต้องไปดูภาพรวม”นายผยงกล่าว