เปิดหุ้นแกร่งท้าสงคราม พลังงาน–เดินเรือดีดสู้ เตือนเลี่ยง 3 กลุ่มเสี่ยง
ต้นกุมภาฯ อีจัน
6 มีนาคม 2569

วันนี้ (6 มี.ค.69) บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นไทยที่เข้าสู่โหมด Risk-off หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจโลก สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร INVX แนะนำให้ ปรับพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และลงทุนในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ โดยมี 5 กลุ่มน่าสนใจ
1. หุ้นพลังงานต้นน้ำ
เช่น PTTEP, PTT, BCP ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
2. หุ้นเดินเรือ
เช่น PSL, TTA, RCL, PRM มีโอกาสได้อานิสงส์จากค่าระวางเรือที่อาจสูงขึ้น หากเส้นทางเดินเรือต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลาง
3. หุ้น Defensive รายได้ในประเทศ
แนะนำทยอยสะสมหากราคาปรับลงแรง เช่น ADVANC, TRUE, BEM, CHG ซึ่งมีอำนาจกำหนดราคาและพึ่งพาตลาดในประเทศเป็นหลัก
4. หุ้นต่างประเทศกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
เช่น RTX.US, LHX.US, LMT.US
รวมถึงกองทุนที่เกี่ยวข้อง เช่น DAOL-DEFENSE และ Global X Defense Tech ETF (SHLD)
5. กองทุนทองคำ
เช่น K-GOLD-A(A) หรือ ETF ทองคำอย่าง SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงความไม่แน่นอน
กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง
INVX แนะนำลดน้ำหนักลงทุนใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. กลุ่มที่ต้นทุนผันผวนตามราคาน้ำมัน เช่น ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP และอิเล็กทรอนิกส์
2. กลุ่มที่พึ่งพาลูกค้าตะวันออกกลาง เช่น ท่องเที่ยว และโรงพยาบาลระดับบน
3. บริษัทที่มีหนี้ต่างประเทศสูง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากเงินบาทอ่อนค่า เช่น กลุ่มสายการบิน
ทั้งนี้ หากสงคราม ยืดเยื้อและลุกลาม ดัชนี SET อาจปรับลดลงได้ประมาณ 5%–10% ตามสถิติในอดีต จึงควรลดพอร์ตและเพิ่มการถือ เงินสด (Cash is King)ในทางกลับกัน หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact ในหุ้นที่ปรับขึ้นมาก่อน เช่น กลุ่มพลังงานและเดินเรือ ดังนั้น การเก็งกำไรช่วงนี้ควรมี วินัยในการลงทุน และตั้ง จุดตัดขาดทุน (Trailing Stop) หรือจุดล็อกกำไรไว้เสมอ