ไขคำตอบทองคำดิ่งเหว? ท่ามกลางสงครามระอุ “ทอง” ดิ่งหลุด 5,000 ดอลลาร์

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

6 มีนาคม 2569

ไขคำตอบทองคำดิ่งเหว? ท่ามกลางสงครามระอุ “ทอง” ดิ่งหลุด 5,000 ดอลลาร์

วันนี้ (6 มี.ค.69) นางศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล โจมตีอิหร่าน แต่กลับทำให้ราคาทองคำร่วงลงต่อเนื่อง แม้มีคว่มเสี่ยงเกิดขึ้น

นางศิริลักษณ์กล่าวว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่อิสราเอล ฐานทัพสหรัฐฯ โรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลราว 1 ใน 5 ของการใช้น้ำมันทั่วโลก 

สหรัฐฯ ยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านจะใช้เวลาเพียง 4–5 สัปดาห์เท่านั้น และจะไม่กลายเป็น “สงครามยืดเยื้อไม่รู้จบ” แบบที่เคยเกิดขึ้นในอัฟกานิสถานหรืออิรัก ราคาทองคำปรับขึ้นแรงราว 140 ดอลลาร์ ในการซื้อขายวันแรกหลังเกิดสงคราม แต่วันถัดมาราคาทองลงแรง 4%

ทำไมทองคำถูกเทขายทั้งที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

1. เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่เกิดสงครามราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 18% สิ่งที่ตามมาคือเงินเฟ้อมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น และอาจจะทำให้เฟดชะลอการลดดอกเบี้ยหรืออาจไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ล่าสุดตลาดมีมุมมองว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยปีนี้เพียง 1 ครั้ง จากเดิม 2 ครั้งก่อนเกิดสงคราม 

ดังนั้น ต้องติดตามการประชุมเฟดในวันที่ 17-18 มีนาคม คาดว่าตรึงอัตราดอกเบี้ยที่เดิม แต่ต้องติดตามคำแถลงการณ์หลังการประชุมว่าเฟดมีมุมมองต่อเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยเปลี่ยนไปหรือไม่ หลังเกิดสงคราม ซึ่งประธานเฟด สาขามินนิอาโปลิส เผยว่าในปีนี้คาดว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ชะลอลงจะเปิดทางให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง แต่ขณะนี้จำเป็นต้องรอดูแรงกระแทกใหม่จากสงครามที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจะยาวนานแค่ไหน และมีขนาดใหญ่เพียงใด


2. นักลงทุนสถาบันและเทรดเดอร์ในต่างประเทศเทขายทองคำเพื่อถือเงินสด ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ทองคำให้ผลตอบแทนโดดเด่นสูงสุดอันดับ 4 รองจากตลาดหุ้นไต้หวัน  (+48%) โลหะเงิน (+31%)  น้ำมันดิบเบรนท์ (+27%)  ทองคำ (+22%)  ทำให้มีแรงเทขายทองคำออกมาเพื่อถือเงินสดหรือนำเงินสดไปชำระ Margin call หรือชดเชยผลขาดทุนจากการลงทุนในตลาดหุ้น

ความไม่แน่นอนภาษีทรัมป์ปะทุอีกระลอก หลังศาลสูงสหรัฐฯ สั่งเบรก IEEPA

สถานการณ์การค้าโลกกลับเข้าสู่ภาวะผันผวนอีกครั้ง หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ โดยวินิจฉัยว่าใช้อำนาจเกินขอบเขตตามกฎหมาย IEEPA อย่างไรก็ตามหลังคำตัดสินของศาลทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% และขู่ปรับขึ้นเป็น 15% โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีกำหนดภาษีชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาขาดดุลการค้าได้ไม่เกิน 15% เป็นเวลา 150 วัน หากต้องการขยายต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส แม้ในทางปฏิบัติสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกที่ 10% มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 

แต่ล่าสุดรมว.คลังสหรัฐฯ เผยว่าสหรัฐฯ มีแผนปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลก จากเดิม 10% เป็น 15% คาดเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในสัปดาห์นี้

การกลับมาใช้มาตรา 122 ทำให้เกิดคำถามต่อข้อตกลงการค้าที่เคยเจรจาไว้ก่อนหน้า โดย 9 ประเทศที่ได้ประโยชน์จากอัตราภาษีลดลง ได้แก่ จีน บราซิล อินเดีย เวียดนาม ไทย ไต้หวัน มาเลเซีย เม็กซิโก และแคนาดา อาจต้องกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาใหม่ มองว่าคำตัดสินศาลสูงครั้งนี้อาจเพิ่มอำนาจต่อรองให้ประเทศคู่ค้า 

นอกจากนี้เองสหรัฐฯ อาจใช้กฎหมายที่ใช้ได้ยาวนานมาแทนที่มาตรา 122 ที่เป็นมาตรการชั่วคราว 150 วัน ซึ่งอาจเลือกใช้มาตรา 201 ว่าด้วยการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ มาตรา 232 ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และมาตรา 301 ว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม  

โดยสรุปราคาทองคำปรับขึ้นแรงในช่วงแรกของการเกิดสงคราม หลังจากนั้นเริ่มมีแรงเทขายออกมาและโดยส่วนใหญ่จะปรับตัวลงกลับมาที่จุดเดิมก่อนเกิดสงคราม 

ดังนั้นสงครามในรอบนี้คาดว่าจะไม่ได้ปรับตัวขึ้นตอบรับทางบวกมากนัก แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปว่าจะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อ (Stagflation) หรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีความแน่นอนจากเรื่องภาษีทรัมป์  นำไปสู่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทำให้คาดว่าราคาทองคำมีแนวโน้มจะกลับมาปรับขึ้นได้ในระยะถัดไป 

“ดังนั้นฮั่วเซ่งเฮงแนะนำซื้อสะสมที่ราคาทองโลก 5,000 ดอลลาร์หรือต่ำกว่า ราคาทองไทย 75,700 บาทหรือต่ำกว่า”