นายกฯ สั่งระงับห้ามส่งออก “น้ำมัน-ก๊าซ” ออกจากไทย มีผลทันที
ต้นกุมภาฯ อีจัน
6 มีนาคม 2569

วันนี้ (6 มี.ค.69) ราชกิจจานุเบกษา เผย คำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซ LPG ยกเว้นลาว-เมียนมา มีผลทันทีตั้งแต่ 6 มีนาคม 2569 นี้เป็นต้นไป องกันความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน อาจกระทบเส้นทางขนส่งพลังงานโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 58 ง. เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันน้ำมันเชื้อเหลิง ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
โดยประกาศฉบับดังกล่าวมีเนื้อหาสำคัญว่า หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียด โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งมีการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์หลายแห่งในภูมิภาค รวมถึงการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ รัฐบาลประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก และอาจส่งผลต่ออุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย อีกทั้งยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยุติลงเมื่อใด จึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในประเทศ
คำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 โดยกำหนดมาตรการสำคัญ ดังนี้
ข้อ 1. คำสั่งนี้ให้ไช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นไป (มีผล 6 มีนาคม 2569)
ข้อ 2. ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
(1) น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่
(ก) น้ำมันเบนซิน
(ข) น้ำมันแก๊สโซฮอล์/น้ำมันเบนชินพื้นฐาน
(ค) น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
(ง) น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ ๑
(2) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ข้อ3 คำสั่งนี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่การส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ2
ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) การส่งออกไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
(2) น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อส่งออกที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากร
ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
(3) น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปเประกาศกรมกรมธุรกิจพลังงานว่าด้วยการกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้
ข้อ 4 เพิ่มการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ
กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศ ตามสัดส่วนที่กำหนด คือ
- ร้อยละ 1.5 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569
- เพิ่มเป็นร้อยละ 3 ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569
ทั้งนี้ การคำนวณปริมาณสำรอง การขออนุญาตสถานที่เก็บสำรอง และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
อ่านฉบับเต็มได้ที่ : https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/108659.pdf