ชัดแล้ว! รมว.คลัง  ดึง SAM ซื้อหนี้ครัวเรือน แจงตั้งกองทุนใหม่ ไม่ทัน 4 เดือน

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

9 ตุลาคม 2568

ชัดแล้ว! รมว.คลัง  ดึง SAM ซื้อหนี้ครัวเรือน แจงตั้งกองทุนใหม่ ไม่ทัน 4 เดือน

วันนี้ (9 ต.ค. 2568) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า เตรียมใช้บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  และบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เข้ามาดำเนินการในช่วงแรกไปก่อน ส่วนหนี้ของเอสเอ็มอีแก้หนี้ครัวเรือน เพราะหากจัดตั้งกองทุนใหม่คงไม่ทันใน 4 เดือน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนต.ค. 2568 นี้  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

สำหรับมาตราการนี้จะสามารถแก้ปัญหาหนี้ได้รวดเร็ว และช่วยลดภาระหนี้คนไทยลง และพยายามจะสร้างวินัยให้คนไทยแม้จะมีหนี้อยู่หลายก้อนก็จะพยายามรวหนี้ให้เพื่อจะได้เห็นภาพใหญ่และแก้ครบมทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ในโลกทุกวันนี้เป็นโลกของ AI รถไฟฟ้า (EV) ระบบอัตโนมัต คนสนใจเรื่องกรีนมากขึ้น ดังนั้นจะใช้สิทธิประโยชน์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)  ในการปลดล็อกข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคของนักลงทุนต่างชาติ โดยรัฐบาลเตรียมออกมาตรการฟาสพาร์ตสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แล้ว แต่ยังไม่สามารถลงทุนได้ เนื่องจากยังติดอุปสรรคเรื่องของการขอใช้น้ำ ไฟฟ้า และขาดคนมีความรู้ความสารถเรื่องของอตสาหกรรมใหม่เข้ามาทำงาน

ขณะเดียวกันไทยยังติดอุปสรรคเรื่องของคน เนื่องจากไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คนสูงอายุมากกว่าวัยแรงงาน ทำให้การลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ย้ายไปประเทศอื่น เพราะเรื่องแรงงานถือว่าเป็นอุปสรรคหลักในการตัดสินใจลงทุน แม้ไทยจะโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ความพร้อมทั้งท่าเรือ สนามบิน แต่ยังขาดแรงงานที่มีทักษะ ดังนั้นจะต้องอัพสกิลและรีสกีลแรงงานให้มีทักษะมากขึ้น   

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง

โดยจะให้ BOI ซึ่งมีกองทุนพัฒนาทักษะแรงงาน มีเงิน 100,000 ล้านบาท มาพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อให้คนไทยมีทักษะและรายได้เพิ่มขึ้นไปด้วย ขณะเดียวกันจะให้เงินสนับสนุนสำหรับนักลงทุนที่สนใจเข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เบื้องต้นจะใช้แหล่งเงินจากธนาคารรัฐเข้าไปสนับสนุน 50% เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถก้าวข้ามสิ่งเดิมๆ เรื่องวิจัยและพัฒนา ได้แก่ สนับสนุนรายเล็ก 20 ล้านบาท และรายใหญ่ 50 ล้านบาท

“การส่งเสริมการลงทุนและปลดล็อกอุปสรรคของนักลงทุนต่างชาติ กระทรวงการคลังได้หารือกับธนาคารรัฐแล้ว เขาเห็นด้วยที่จะปล่อยสินเชื่อให้กับนักลงทุน แยกเป็นรายเล็ก 20 ล้านบาท และรายใหญ่ 50 ล้านบาท เพราะบริษัทเหล่านี้ได้รับสิทธิประโยชน์ในการลงทุนจาก BOI แล้ว ดังนั้นมั่นใจว่าเขาสามารถชำระหนี้ได้และไม่เกิดหนี้เสียแน่นอน ที่ผ่านมาที่การลงทุนน้อยเพราะนักลงทุนต่างชาติเข้ามาขอสิทธิประโยชน์ BOI ก่อนการลงทุน ดังนั้นการให้เงินสนับสนุนก็จะทำให้เขาเริ่มลงทุนทันที” นายเอกนิติ กล่าว