รมว.ดีอี ถก Meta คุมแพลตฟอร์มออนไลน์ ไล่ตีข่าวปลอม “กัมพูชา”
ต้นกุมภาฯ อีจัน
6 สิงหาคม 2568

วันนี้ (6 ส.ค.68) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ช่วงเกิดความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา กระทรวงฯ ได้ตรวจสอบข้อมูลข่าวสารเผยแพร่บนโซเชียลมิเดีย พบว่าได้มีการสร้างและผลิตข่าวปลอมอย่างกว้างขวาง
และเพื่อป้องกันข่าวปลอม (Fake news) และรับมือกับข่าวปลอมที่ทวีความรุ่นแรงและมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการปลุกระดมยั่วยุ สร้างความรุนแรง โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ส.ค. จึงมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ หรือ “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมแห่งชาติ” เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

เบื้องต้น วานนี้ (5 ส.ค.68) กระทรวงฯ ได้เรียกแพลตฟอร์มรายสำคัญที่มีอยู่ในประเทศไทย โดยจากการหารือกับผู้บริหารของเมตา (Meta) หรือเดิมเฟสบุ๊ค (Facebook) เพื่อทำความเข้าใจและขอความร่วมมือในการป้องกันข่าวปลอมที่เกิดขึ้นช่วงเกิดการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา โดยใช้เอเจนซ์ ฟรานซ์-เพรส (AFP) สำนักข่าวจากฝรั่งเศสในการกรองข้อมูล
ซึ่งกระทรวงฯ ได้เสนอแนวทางในการสนับสนุน 5 ประเด็น ดังนี้
1.เพิ่มความสำคัญเกี่ยวกับการตรวจสอบข่าวปลอมของทั้ง 2 ประเทศ
2.เพิ่มกำลังคนในการตรวจสอบเนื้อหา
3.จะให้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ตรวจสอบเนื้อหาที่สร้างขึ้นจากเอไอ กรณีที่ปรากฎข้อมูลเท็จมากยิ่งขึ้น
4.ใช้เอไอตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจเป็น IO หรือปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสาร เช่น บัญชี 1 แอคเคาท์ แต่คอมเมนต์ หรือโพสต์ข้อความได้วันละหลายพันคอมเมนต์/โพสต์
5.ให้มีการยืนยันตัวตนอย่างถูกต้อง กรณีที่มีการลงโฆษณา เพื่อให้หาผู้รับผิดชอบต่อการเผยแพร่ข่าวปลอม
“สำหรับข้อเสนอ 5 ข้อนี้ จะนำเข้าที่ประชุมกับคณะกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ที่จะมีขึ้นนัดแรกในวันที่ 7 ส.ค.68 เพื่อเร่งแก้ปัญหาข่าวปลอมที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน เพราะช่วงที่มีการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา พบข่าวปลอมมากขึ้น”

ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ตั้งแต่เดือนพ.ย.62 – 31 ก.ค.68 พบว่าศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ได้ทำการคัดกรองจำนวนข้อความทั้งหมด 1,188,564,734 ข้อความ โดยมีจำนวนข้อความที่เข้าเกณฑ์การตรวจสอบ 2,279,897 ข้อความ ซึ่งแยกเป็นเรื่องที่ส่งตรวจสอบ จำนวน 41,882 เรื่อง สามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่ข่าวสารที่ผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ดังนี้
- เรื่องนโยบายรัฐบาลและความมั่นคง 20,052 เรื่อง
- เรื่องสุขภาพ 14,713 เรื่อง
- เรื่องเศรษฐกิจ 2,229 เรื่อง
- เรื่องอาชญากรรมออนไลน์ 2,794 เรื่อง
- เรื่องภัยพิบัติ 2,094 เรื่อง
ขณะเดียวกัน มีเรื่องที่ได้รับการตรวจสอบแล้วจำนวนทั้งหมด 21,622 เรื่อง โดยแบ่งเป็น (1) ข่าวปลอม จำนวน 7,714 เรื่อง (2) ข่าวจริง จำนวน 8,577 เรื่อง (3) ข่าวบิดเบือน จำนวน 2,456 เรื่อง (4) ข้อมูลไม่เพียงพอ จำนวน 2,875 เรื่อง
ทั้งนี้ ขอเตือนประชาชนว่าการนำข้อมูลบิดเบือน ข่าวปลอม ไม่ว่าจะเป็นการปลอมทั้งหมด หรือแค่บางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่โดยตรง หรือการแชร์ส่งต่อ ล้วนมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งเป็นความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้ โดยผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ