เปิดเหตุผล “แบงก์ชาติ” แนะ “รัฐบาล” ใช้งบฯไปลงทุนมากกว่าแจกเงิน
ต้นกุมภาฯ อีจัน
28 ธันวาคม 2567

วันนี้ (28 ธ.ค.67) น.ส.ปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการแจกเงิน 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ในเฟส 1 และกลุ่มผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในเฟส 2 รวมถึงจะมีการแจกเงิน 10,000 ในเฟส 3 ผ่านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต นั้น
ข่าวน่าสนใจอื่น
น.ส.ปราณี กล่าวว่า การแจกเงินทั้ง 3 เฟส ธปท.ได้คำนึงถึงการประมาณการเศรษฐกิจแล้ว และผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้การบริโภคเพิ่มขึ้นในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา และเมื่อมองไปข้าง ผลจะเป็นอย่างไร คงขึ้นอยู่กับว่าแจกกลุ่มไหนและพฤติกรรมการใช้จ่ายเป็นอย่างไร
“คนที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางเฟสแรก จะเป็นกลุ่มที่มีมัลติพลายเออร์ (ตัวคูณ) ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ ซึ่งคงต้องจับตาดูต่อไปว่าผลต่อเศรษฐกิจที่จะช่วยด้านการผลิตและการบริโภค จะได้มากน้อยอย่างไร” นางปราณี กล่าว

ส่วนกรณีที่ ธปท. เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการแจกเงินของรัฐบาลนั้น น.ส.ปราณี กล่าวว่า การให้ความเห็นดังกล่าว ก็เป็นไปตามหลักการในการใช้งบประมาณนั้น โดยตัวเงินมีต้นทุนค่าเสียโอกาส หากรัฐบาลดำเนินโยบายดังกล่าว และไม่ได้เลือกทำนโยบายอื่น
โดย ธปท.ได้เปรียบเทียบให้เห็นถึงผลของการนำเงินไปใช้ในโครงการแต่ละประเภท ซึ่งจากผลการศึกษาหากนำเงินไปใช้ในการใช้จ่ายในการลงทุน หรือการอุปโภคบริโภคของภาครัฐ จะมีมัลติพลายเออร์ต่อเศรษฐกิจมากกว่าการให้เงินโอน

นอกจากนี้ จากการศึกษาโครงการฯในอดีต ถ้าเปรียบเทียบประสิทธิผลการใช้เงิน 1 บาท ว่าทางไหนมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลศึกษาฯพบว่าการนำไปใช้ในเรื่องการลงทุนหรือการใช้จ่ายของภาครัฐ จะมีประสิทธิผล ความคุ้มค่าของเงินมากกว่าเงินที่เป็นเงินโอน
ขณะเดียวกัน ส่วนของความกังวลการขาดดุลทางการคลัง ธปท.มองว่าเนื่องจากทรัพยากรไม่ได้เหลือช่องว่างมากนัก ดังนั้น การนำไปใช้ในส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ นึกถึงความความคุ้มค่าในการใช้ ตรงนั้นจะช่วยได้ค่อนข้างมาก
“จริงๆแล้ว รัฐบาลก็ทำหลายอย่างอยู่ ก็ไม่อยากให้ดูเฉพาะโครงการนี้ โครงการนั้น แล้วเทียบกัน เพราะรัฐบาลมีความตั้งใจจะช่วยทั้งระยะสั้น กลาง และยาว จึงอยากให้มองเป็นภาพรวมมากกว่า”น.ส.ปราณี กล่าว