เศรษฐกิจแย่ “หอค้าฯ” เผยเชื่อมั่นผู้บริโภคดิ่ง ต่ำสุดรอบ 27 เดือน
ต้นกุมภาฯ อีจัน
12 มิถุนายน 2568

วันนี้ (12 มิ.ย.68) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือนพ.ค.68 อยู่ที่ระดับ 54.2 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 27 เดือนนับตั้งแต่เดือนมี.ค.66
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม อยู่ที่ 48.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 51.9 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ท่ 62.7 ซึ่งดัชนีทุกตัวปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เช่นกัน
เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเรื่องสงครามการค้าจากนโยบายทรัมป์ 2.0 และเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวต่อเนื่อง แม้รัฐบาลออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่ต้นปีมาแล้ว 2 ครั้งรวม 0.5% แต่ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้าและเข้าถึงสินเชื่อลำบาก
นายธนวรรธน์กล่าวว่า นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศ ค่าครองชีพทรงตัวอยู่ในระดับสูง ปัญหาเศรษฐกิจโลกเสี่ยงชะลอตัวจากสงครามการค้า ส่งผลกระทบเศรษฐกิจไทยและการจ้างงานในอนาคตฟื้นตัวช้า ทำให้รายได้ของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง
อีกทั้งสถานการณ์การเมืองไม่นิ่ง ทำให้ประชาชนกังวลและเกิดความไม่เชื่อมั่น เนื่องจาก 1.นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มี จากเดิมงบฯ 1.57 แสนล้าน จะประกาศปลายเดือนพ.ค.68 แต่ก็มีการชะลอออกไปก่อน 2.การลดดอกเบี้ยมา 6 เดือน แต่ภาคเอกชน-ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อไม่ได้ 3.ไตรมาส 2/2568 เงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 2 เดือน เป็นสัญญาณของภาวะเงินฝืด สะท้อนกำลังซื้อแผ่ว รวมถึงการเก็บภาษีของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ จากที่กล่าวทั้งหมดต้องเป็นปัจจัยให้ติดตาม เพราะ ม.หอการค้าไทย ได้ประเมินไตรมาส 2/2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เปอร์เซ็น หรือเปอร์เซ็นกว่าๆ ทำให้ครึ่งปีแรกนี้เศรษฐกิจขยายตัวที่ 2% ถ้าประคองให้ครึ่งหลังปีนี้โตที่ 2% ไม่ได้ จะทำให้โดยรวมปี 2568 เศรษฐกิจโตต่ำกว่า 2% แน่นอน อาจจะอยู่ในกรอบ 1.5-2%
“ถ้าเศรษฐกิจไทยโตเลข 0 นำทุกไตรมาสนับตั้งแต่นี้ มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่า 1.5% และต่ำกว่า 1% ถ้าภาษีถูกบังคับใช้รุนแรง ซึ่งจุดนี้ยังต้องติดตามและประเมิน”นายธนวรรธน์กล่าว