ชาวปทุม เตรียมเฮ บิ๊กแจ๊ส เผย ปี 71 เริ่มสร้างรถไฟฟ้า

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

27 มีนาคม 2568

ชาวปทุม เตรียมเฮ บิ๊กแจ๊ส เผย ปี 71 เริ่มสร้างรถไฟฟ้า

พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต และคณะผู้บริหาร อบจ.ปทุมธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยข้อมูลถึงความสำคัญของโครงการระบบขนส่งมวลชน Monorail การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงแผนการดำเนินงานในอนาคต

จังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ตลอดจนเป็นศูนย์กลางทางด้านการค้า การศึกษา และการคมนาคมระหว่างกรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆ ทำให้เกิดปัญหาด้านการจราจรติดขัด และปัญหามลพิษจากฝุ่นเมือง PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้จัดทำโครงการโครงการระบบขนส่งมวลชน Monorail เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนชาวปทุมธานี โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ร่วมกับตัวแทนมหาวิทยาลัยชั้นนำ 4 แห่ง นำโดยอาจารย์ทรรศนะ บุญอยู่ อาจารย์นครินทร์ สัทธรรมนุวงศ์ ตัวแทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อาจารย์วันเพ็ญ วิโรจนกูฏ ตัวแทนมหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์สกุล ห่อวโนทยาน อาจารย์กฤษณ์ เจ็ดวรรณะ ตัวแทนสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และอาจารย์วิทยา ด่านธำรงกูล สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายในงานร่วมกันแถลงถึงการดำเนินการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบ และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ระบบขนส่งมวลชนจังหวัดปทุมธานี (Monorail ปทุมธานี-รังสิต) 3 ประเด็นหลัก คือ

  1. ความเหมาะสมทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม และการเงิน
  2. การออกแบบกรอบรายละเอียด ประมาณราคาค่าก่อสร้าง จัดทำแผนงานก่อสร้าง และจัดทำเอกสารประกวดราคา
  3. ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งในปัจจุบันการศึกษาทั้ง 3 ประเด็นแล้วเสร็จ โดยผลการศึกษาพบว่า จังหวัดปทุมธานี พบว่ามีแนวเส้นทางที่มีศักยภาพทั้งหมด 5 เส้นทาง และกำหนดให้มีการก่อสร้างเป็นระยะทั้งสิ้น 3 ระยะ ระบบขนส่งที่เหมาะสมที่สุด คือระบบรถไฟฟ้าทางเดี่ยว (Monorail) เนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการก่อสร้าง ใช้พื้นที่น้อย ลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและชุมชนทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้กำหนดเส้นทางนำร่องที่มีศักยภาพในการดำเนินการ ทั้ง 2 แนวเส้นทาง รวมระยะทาง 24.09 กิโลเมตร ได้แก่
  4. เส้นทางรังสิต-วัดเขียนเขต-คลองสี่ ระยะทางทั้งสิ้น 16.66 กิโลเมตร 12 สถานี (A4-A12) จุดเริ่มต้นที่สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง (สถานีรังสิต) ผ่านศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต-วิ่งตัดเข้าถนนรังสิตนครนายก-เลี้ยวเข้าถนนลำลูกกาคลองสี่ (ปท.30197)-สิ้นสุดทางที่ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีคลองสี่)
  5. เส้นทางวัดเขียนเขต-สถานีสวนสัตว์แห่งใหม่ (คลองหก) ระยะทาง 7.43 กิโลเมตร 6 สถานี (B1-B6) จุดเริ่มต้นที่วัดเขียนเขต (ถนนรังสิต-นครนายก)-วิ่งไปสิ้นสุดที่สถานีสวนสัตว์แห่งใหม่ (คลองหก)

ทั้ง 2 แนวเส้นทางมีศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง บริเวณศูนย์วิจัยข้าว จุดจอดและจร 1 แห่ง บริเวณสถานีสวนสัตว์แห่งใหม่ (คลองหก) และจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สถานีวัดเขียนเขต (สถานี A6/สถานี B1) ซึ่งโครงสร้างส่วนใหญ่วางบนเกาะกลางถนนรังสิต-นครนายก และถนนลำลูกกาคลองสี่ (ปท.3017) คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารในปี พ.ศ. 2575 ทั้งสองเส้นทาง อยู่ที่ 79,234 คน/วัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 200,332 คน/วัน ในปี พ.ศ. 2604 โดยประเมินอัตราค่าโดยสารที่ 20 บาทตลอดสาย

จากการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐศาสตร์ มูลค่าลงทุนโครงการรถไฟฟ้าทางเดี่ยว 2 เส้นทางในจังหวัดปทุมธานี ประมาณ 26,000 ล้านบาท มีผลวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) เท่ากับ 15.49% และอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C Ratio) เท่ากับ 1.41 โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีเป็นเจ้าของโครงการ ภายใต้การกำกับของกระทรวงมหาดไทย และหาแหล่งรายได้เพิ่มเติม เช่น พัฒนาพื้นที่รอบสถานี พื้นที่ใกล้เคียง ให้สิทธิ์เชื่อมต่อสถานี เพื่อลดค่าใช้จ่ายของการลงทุนและให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในสัดส่วนที่น้อยกว่าโครงการรถไฟฟ้าอื่น

หากโครงการนี้ดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้การเดินทางของประชาชนในพื้นที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ช่วยลดเวลาการเดินทาง ช่วยประหยัดพลังงาน ลดมลภาวะและลดค่าใช้จ่ายทำให้การใช้ชีวิตในปทุมธานีสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของปทุมธานีช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในพื้นที่ทำให้จังหวัดปทุมธานีเป็นเมืองที่น่าอยู่ และเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ศักยภาพในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอีกด้วย ซึ่งแผนดำเนินโครงการรถไฟฟ้าทางเดี่ยว (Monorail) ปทุมธานี ระยะที่ 1 เส้นทางรังสิต-คลองสี่ และเส้นทางวัดเขียนเขต-สวนสัตว์แห่งใหม่ (คลองหก) จะมีการนำเสนอ EIA ต่อ สผ. ภายในปีนี้ จะมีการจัดทำรายงานและการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามพระราชบัญญัติ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ภายในปีหน้า และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปี 2571 เพื่อเปิดใช้งานในปี 2575