ลุ้น! ทองไทยทำนิวไฮ พุ่งแตะ 73,200 บาท หลังแรงซื้อทั่วโลกยังร้อนแรง

ทองคำร้อนแรงไม่หยุด ลุ้นทุบสถิติใหม่ 73,200 บาท หลังเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน จับตาถ้อยแถลงเฟดส่งผลต่อทิศทางทองคำระยะถัดไป

วันนี้ (7 พ.ค. 69) สมาคมผู้ค้าทองคำประกาศราคาทองคำปรับตัวผันผวนตลอดวันรวม 24 ครั้ง ก่อนปิดตลาด เวลา 17.00 น. ปรับราคาลดลง 100 บาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 400 บาท สะท้อนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่ยังไหลเข้าตลาดทองคำต่อเนื่อง แม้ระหว่างวันจะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคาทองคำ มีราคาดังนี้

ราคาทองคำแท่ง

  • รับซื้อ 71,800 บาท
  • ขายออก 72,000 บาท

ราคาทองรูปพรรณ

  • รับซื้อ 70,357.56 บาท
  • ขายออก 72,800 บาท

 สำหรับราคาทองรูปพรรณ วันนี้ 7 พ.ค. 2569 รวมบวกค่ากำเหน็จเฉลี่ย 800 บาท มีรายละเอียดดังนี้

  • ทองครึ่งสลึง ราคา 9,000 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 9,800 บาท
  • ทอง 1 สลึง ราคา 18,000 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 18,800 บาท
  • ทอง 2 สลึง/50 สตางค์ ราคา 36,000 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 36,800 บาท
  • ทอง 1 บาท ราคา 72,000 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 72,800 บาท
  • ทอง 2 บาท ราคา 144,000 บาท ค่ากำเหน็จ 1,600 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 145,600 บาท
  • ทอง 5 บาท ราคา 360,000 บาท ค่ากำเหน็จ 4,000 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 364,000 บาท
  • ทอง 10 บาท ราคา 720,000 บาท ค่ากำเหน็จ 4,000 บาท รวมราคาค่ากำเหน็จ 728,000 บาท

สมาคมผู้ค้าทองคำ ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองรอบนี้ มาจากราคาทองคำโลกที่ดีดตัวเหนือ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับลดลง ขณะเดียวกันตลาดยังจับตาท่าทีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อทิศทางดอกเบี้ย รวมถึงความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังเป็นตัวเร่งแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ขณะที่ บริษัท วายแอลจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (วายแอลจี) ระบุว่า ราคาทองคำวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 4,740 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สาม หลังตลาดมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญและช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อ

ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน ทำให้ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น ด้าน Reuters รายงานว่า KCM Trade มองว่าราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ภายใต้เงื่อนไขที่ข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อ แม้ตลาดยังคงระมัดระวังต่อความเปราะบางของสถานการณ์ดังกล่าวก็ตาม

นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ยังช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐ หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด อาจกดดันค่าเงินดอลลาร์และเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำเพิ่มเติม รวมถึงถ้อยแถลงของกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ(FED) ได้แก่ เบธ แฮมแม็ก และ จอห์น วิลเลียมส์ ซึ่งอาจส่งสัญญาณต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป

สำหรับราคาทองคำช่วงบ่ายวันที่ 7 พ.ค. 2569 ยังเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideway ในกรอบสูง” หลังขึ้นแรงต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า โดย Gold Spot แกว่งบริเวณ 4,690-4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ YLG ประเมินกรอบแนวต้านสำคัญไว้ที่ 4,721-4,790 ดอลลาร์ หากยังไม่ผ่านอาจเห็นแรงขายทำกำไรระยะสั้นสลับออกมาเป็นระยะ

ภาพทางเทคนิคเริ่มส่งสัญญาณชะลอความร้อนแรง หลังดัชนี RSI อ่อนตัวลงจากเขต Overbought สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มลดลง แม้แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น ขณะที่ MACD ยังอยู่ในแดนบวก แต่เริ่มแคบลง บ่งชี้ว่าตลาดกำลังรอปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนทิศทาง

ปัจจัยที่ยังช่วยประคองทองคำ คือความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และกระแสคาดการณ์ว่าเฟดอาจชะลอการคุมเข้มนโยบายการเงิน หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐบางส่วนเริ่มชะลอตัว ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าและหนุนแรงซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นตลาดยังต้องจับตาตัวเลขแรงงานสหรัฐ รวมถึงถ้อยแถลงของกรรมการเฟด หากส่งสัญญาณดอกเบี้ยสูงนานกว่าคาด อาจกดดันให้ทองคำย่อตัวแรงได้เช่นกัน

สำหรับทองคำในประเทศ แม้ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าบางช่วงจนช่วยหนุนราคาทองไทย แต่แรงขายทำกำไรยังค่อนข้างหนาแน่น หลังราคาขึ้นมาใกล้โซนสูงสุดใหม่ โดยกรอบสำคัญของทองคำแท่ง 96.5% อยู่ที่แนวรับ 69,400-71,100 บาท และแนวต้าน 72,500-73,200 บาท

กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ นักลงทุนระยะสั้นอาจใช้จังหวะ “ย่อซื้อ-ดีดขาย” ตามกรอบแนวรับแนวต้าน ขณะที่นักลงทุนระยะกลางยังต้องระวังความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้น หากราคาทองโลกไม่สามารถยืนเหนือ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างมั่นคง เพราะมีโอกาสเห็นแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยงในตลาดโลกกลับมาอีกระลอก

ด้าน Gold Around  ระบุว่า นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่า แม้ทองคำระยะสั้นจะเริ่มเข้าสู่ช่วงแกว่งตัวหลังขึ้นแรง แต่ภาพใหญ่ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านระยะสั้นที่ 4,700-4,750 ดอลลาร์ หากผ่านได้มีโอกาสกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมอีกครั้ง

สำหรับทองคำไทย ระยะสั้นยังมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบสูงตามตลาดโลกและค่าเงินบาท โดยแนวรับสำคัญอยู่แถว 71,300-70,700 บาท ส่วนแนวต้านถัดไปอยู่บริเวณ 72,200-72,700 บาท หากราคาทองโลกยังยืนเหนือระดับ 4,700 ดอลลาร์ได้ มีโอกาสเห็นทองไทยทดสอบระดับใหม่อีกระลอก